น้ำว่านหางจระเข้เย็น ช่วยบำรุงร่างกาย
posted on 19 Nov 2009 17:58 by anucsf in Diary
หากร่างกายเราไม่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะทำให้จิตใจของเราหดหู่ไม่สบายไปด้วย ดังนั้นเพื่อให้ธาตุขันธ์ของเราดำรงอยู่อย่างไม่ค่อยมีโรคนักก็ควรจะบำรุงรักษาตามสภาพที่พอจะทำได้บ้าง วันนี้จึงนำเรื่องเบาสมอง มาลงเพื่อให้ท่านที่สนใจในการรักษาสุขภาพ ลองไปทำทานกันดู (ทานไปชอบหรือไม่ชอบในรสชาดก็ดูจิตดูใจกันไปก็แล้วกันนะครับ)
ส่วนผสม
เนื้อว่านหางจระเข้ประมาณ 1 ถ้วยตวง (250 กรัม)
น้ำสะอาด 3 ถ้วยตวง
ใบเตยสด 2-3 ใบ
น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ให้เลือกใบขนาดใหญ่ที่อยู่ส่วนล่างๆ ของกอว่านสัก 1 ใบมาใช้ก่อน เพราะจะให้วุ้นมากกว่าใบเล็ก ปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างให้หมดยาง แล้วนำลงภาชนะเคลือบหรือแก้วทนไฟ
- เติมน้ำสะอาดประมาณ 3 ถ้วยตวง นำขึ้นต้มด้วยความร้อนปานกลาง
- ระหว่างรอวุ้นสุก นำใบเตยสดประมาณ 2-3 ใบ มาซอยละเอียดแล้วคั้นด้วยน้ำอุ่นจัด ๆ ให้ได้น้ำใบเตยสดประมาณครึ่งถ้วยตวง
- เมื่อวุ้นว่านหางจระเข้สุกแล้ว ยกลงตักเฉพาะวุ้นมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำลงเครื่องปั่น พร้อมน้ำใบเตยสด น้ำสุกครึ่งถ้วยตวง และน้ำแข็งเกล็ด ประมาณครึ่งถ้วยตวง อาจเติมน้ำเชื่อมสัก 1 ช้อนโต๊ะ
- ปั่นสว่นผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน เสิร์ฟทันที ว่านหางจระเข้มีน้ำยาง ที่ทำให้สตรีมีครรภ์ สตรีที่อยู่ระหว่างมีรอบเดือน ผู้ที่เป็นริดสีดวง เกิดอาการแพ้ได้
หมายเหตุ : ความโดดเด่นที่รู้กันทั่วไปของว่านหางจระเข้ก็คือ ว่านทรงคุณค่าชนิดนี้เป็นเสมือนโรงงานอุตสาหกรรมจากธรรมชาติที่เต็มไปด้วยสารเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะจากวุ้นใสๆ ที่อยู่ภายในใบอันยาวหนา ปลายแหลม ซึ่งเต็มไปด้วยสารอล็อคติน อโลอิโมดิน อโลซิน อโลอิน ไกลโคโปรตีน และโพลีซัคคาไรด์ ที่มีฤทธิ์เร่งการจับตัวของเลือดและเร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ร่างกาย ใช้ทาเพื่อสมานบาดแผลไฟไหม้ แผลที่เกิดจากความร้อน รังสีเอกซ์ รังสีจากสารกัมมันตรังสี น้ำร้อนลวก แมลงสัตว์กัดต่อย ฟกช้ำ หรือผิวหนังไหม้ที่เกิดจากถูกแดดเผา และยังมีสารบราดิไคนิเนส (Bradykininase) ที่ช่วยดูดพิษเพื่อลดการอักเสบของบาดแผลได้ดียิ่ง มีสารอโลอัลซิน ช่วยยับยั้งการสังเคราะห์ฮิสตามีน และส่วนรากมีฤทธิ์บรรเทา อาการทางเดินปัสสาวะอักเสบ ยางสีเหลืองจากเปลือก มีสารแอนทราควิโนน ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ วุ้นจากว่านหางจระเข้ จะช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาความอ่อนเพลีย เนื่องจากพักผ่อนน้อย รวมไปถึงการบำบัดแผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก www.ku.ac.th/e-magazine ฉบับที่ 52 ตุลาคม 2547