ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ

posted on 25 Sep 2010 16:02 by anucsf in Other

 

        จากกรณีที่หลวงพ่อปราโมทย์เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ และ โทรทัศน์ 
หลายๆคนอ่านข่าว ดูข่าว ด้านเดียวแล้วก็วิจารณ์กันไปสนุกปาก อยากให้คนที่บริโภคข่าว
ค่อยๆดูกันไปนานๆ ก่อนตัดสินใครผิดใครถูก

โบราณท่านว่า  "ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ" 
หากท่านบริสุทธิ์จริงท่านก็จะสามารถผ่านข้อกล่าวหาต่างๆไปได้

 

        เจ้าของ Blog ในฐานะของคนที่ปฎิบัติตามแนวทางที่ท่านสอนแล้วเกิดผลดี
เกิดประโยชน์จริง ขอเป็นกำลังใจให้หลวงพ่อ ......

 

Comment

Comment:

Tweet

สภาวะไหลผ่าน รู้ทัน จบที่รู้ วนเวียนเป็นวัฎฎะ

ภาวนาเพื่อพ้นทุกข์กันครับ สาธุในธรรมครับ
...

ส่วนตัวผมนะ


ทางโลกก็รอผลสอบสวนเค้าว่าถูกก็ว่าไป ผิดก็ว่าไป


แต่ทางธรรมน่ะ
แล้วแต่จะเชื่อแล้วกัน

จะเชื่อก็เรื่องของคนที่เค้าเชื่อ ไม่ว่าอะไรก็ตาม

จะไม่เชื่อก็เรื่องของคนที่เค้าไม่เชื่อ ก็เรื่องของเค้า

แต่ไม่จำเป็นต้องมาโวยวาย กับคนที่มีความเห็นต่างกันนี่ครับ


คุณก็อยู่ของคุณ จะฟ้อง จะร้อง จะอะไร ก็สุดแล้วแต่

เราก็อยู่ของเรา พากเพียรกันไป ให้กำลังใจ ดูแลกันไป


คนละทาง ก็ต่างคนต่างอยู่แล้วกันนะครับ ^^
------------------------------------
ไม่ได้แวะมานาน(ทำ link หาย^^\\\" ) แหมๆ ดังเชียวนะครับ blog ผมล่ะสงบ เงียบเชียว... ไม่ดังก็งี้แหละครับ


โมทนากับ จขบ นะครับ หนักแน่น แน่วแน่ในทาง ^/\\\\^

เจริญในธรรมนะครับ ^^

#9 By Beer on 2010-10-08 12:56

เอาศัพท์บ้าๆ บอๆ.....จงใจให้เกิด ....ไม่จงใจให้เกิด บัญญัติคำศัพท์ เพื่อให้สับสน

คำสอนของพระพุทธองค์ไม่เคยตรัสสอน จงใจให้เกิด หรือไม่จงใจให้เกิด องค์หลวงปู่มั่น หลวงตามหาบัว พ่อแม่ครูจารย์ทุกองค์ ไม่เคยสอน ทางลัดหรือสอนแบบจงใจหรือไม่จงใจให้เกิด ทุกองค์ท่านสอน....สร้างเหตุให้มาก...ผลถึงจะเกิด ไม่ใช่เกิดแบบแว๊บๆ 1 วินาที...เวลาบรรลุธรรมตั้งเวลา ตั้งโปรแกรมได้

ขอถามว่า คำว่า... จงใจให้เกิด กับ คำว่า...อยาก ความหมายเดียวกันหรือเปล่า?
และ คำว่า... ไม่จงใจให้เกิด กับ คำว่า...บังเอิญ ความหมายเดียวกันหรือเปล่า?

อยากให้เกิด....มันไม่เกิด อยากจะบรรลุ...มันไม่บรรลุ
ถ้าสร้างเหตุมาน้อย ผลย่อมไม่เกิด
มันไม่ได้เกี่ยวกับ....จงใจ หรือไม่จงใจ
มันเป็นการบัญญัติศัพท์ปัญญาอ่อนหลอกล่อคนเขลาเบาปัญญา
หรือว่า...ถ้าสร้างเหตุน้อย แต่ไม่จงใจให้เกิด จะบรรลุธรรม

จิตมันจะรวมเป็นอัปนาสมาธิ เพราะเกิดจากการสร้างเหตุมาก...ผลถึงจะเกิด
ไม่ใช่เกิดจาก...จงใจให้เกิด หรือไม่จงใจให้เกิด

ไม่มีธรรมปฏิบัติ มีแต่ตำราปริยัติ ดันเอามาขยำรวมกัน...
ศาสนาจะเสื่อม...เพราะไปดัดแปลงคำสอน..ของพระพุทธองค์
ทรงตรัสดีแล้ว...ชอบแล้ว ถูกทุกประการ

พวกภาวนาไม่เป็น อวดเก่ง ดันไปดัดแปลง เพื่อเอาเท่..
อวดอุตริ... เหยียบครูบาอาจารย์ เพื่อให้ตนโด่งดัง

ธรรมะสำเร็จรูป ลัดสั้นง่าย แบบมาม่าหมูสับ ฉีกซองต้มน้ำ
หาซื้อง่ายตามร้านค้าทั่วไป

แผนการตลาดชัดๆ โฆษณาชวนชื่อ
หลอกพวกบื่อๆ หลงคิดว่า ตนเป็นคนเมือง ปัญญาจริต
ทำสมาธิไม่ได้ ดูจิต อย่างเดียว สำเร็จเร็วกว่าวิธีอื่น

#8 By แฟนคลับหนูขิง (124.121.112.76) on 2010-10-05 00:23

ทั้งลูกศิษย์และอาจารย์ คนสอนไม่มีภูมิ

จินตนาการ คาดเดา ตั้งทฤษฎี ความคิดตกผลึก....
พูดออกมาได้....ตัดสินความเป็นพระโสดาบันกันตรงอัปนาสมาธิ...

ถ้าเช่นนั้น.....ใครที่ทำสมาธิได้ขั้นอัปนาสมาธิ...เป็นโสดาบันกันหมดหรือ?


ผมทำสมาธิถึงขั้นอัปนาสมาธิ....มา 2 หน
แบบนี้....ผมก็เป็นโสดาบัน 2 เด้ง


มั่วแบบนี้....น่าสงสาร....พวกทำสมาธิไม่เป็น
ถูกมอมเมา....หลงให้เชื่อ....ฝันลมๆแล้งๆ


ทั้งๆ ตัวอาจารย์ที่สอน....กับลูกศิษย์ ช่างเหมือนกันจริงๆ
ภาวนาไม่เป็น...เอาปริยัติมาเทียบเคียง...สนับสนุนการปฏิบัติมั่วๆซั่ว
สร้างทฤษฎีติงต๊อง...ปัญญาอ่อน


คนภาวนาเป็น....เอาสติควบคุมจิต...ไม่ส่งจิตออกนอก
พวกภาวนาไม่เป็น.....อยากรู้นู้นอยากรู้นี่....อยากได้ขั้นนั้นอยากได้ขั้นนี้
ดันเอาจิตไปจดจ่อ1วินาที.....แว๊บๆ
เพราะความอยากรู้อยากเห็น....คาดเดาตรงนั้น...หลงกลกิเลสตัญหา


คิดว่า...อาการแบบนั้น เป็นไปตามทฤษฎี...ที่ตนได้คิดจินตนาการวาดฝัน
แท้ที่จริง....ได้ปักธงความคิดไว้ล่วงหน้า....เข้าข้างตนเอง
โดนกิเลสมันหลอก...สวมรอย....ให้หลงเชื่อหัวปักหัวปรำ

สรุป....หลง...ไม่รู้ว่า หลง
sad smile sad smile sad smile

#7 By แฟนคลับหนูขิง (124.121.112.76) on 2010-10-05 00:22

เรื่องอ้างหลวงปู่สิม พยากรณ์ภูมิธรรม มั่วมากไร้สาระ
หลวงปู่สิม ท่านเป็นพระอริยะสงฆ์ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
เป็นพ่อแม่ครูจารย์ที่เคารพรักของเหล่าสานุศิษย์
องค์ท่านฯเป็นแบบอย่างในการพาดำเนินของพระกรรมฐาน
ท่านเคารพรักษาพระธรรมวินัยยิ่งกว่าชีวิต
การพยากรณ์ภูมิธรรม เป็นอาบัติข้อห้ามในพระธรรมวินัย
ท่านไม่ทำผิดพระธรรมวินัยเด็ดขาด แม้จะเป็นอาบัติข้อใดก็ตาม

ผมเองรู้จักสนิทกับพระอาจารย์เมธา เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาปล่อง องค์ปัจจุบัน
และโยมถนอมขวัญ อุปัฐฐากเอกใกล้ชิดหลวงปู่สิม
เพราะเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน
เท่าที่สอบถามมา บอกเป็นเสียงเดียว...
หลวงปู่สิมไม่เคยพยากรณ์ภูมิธรรมใครไม่ว่าพระหรือโยม

การนำหลวงปู่สิม มาอ้าง...เพื่อยกตนเอง
เสมือนเหยียบย่ำครูบาอาจารย์

ประโยคที่พร่ำว่า "การพยากรณ์ เป็นเอกสิทธิ์ของพระพุทธเจ้า"
มันขัดแย้งกับการกระทำของตนเอง
เพราะไปเที่ยวอ้าง หลวงปู่สิม หลวงปู่ดุลย์ พยากรณ์ตนเอง
จะให้อธิบายอย่างไร....

มันจะทำให้คนทั่วไปที่ไม่รู้ความจริง คืออะไร
เข้าใจว่า...ทั้งองค์หลวงปู่สิม หลวงปู่ดุลย์ ไม่เคารพพระธรรมวินัย
ไม่เคารพพระพุทธเจ้า ทำตัวเองเก่งกว่าพระพุทธเจ้า
ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า... "การพยากรณ์ เป็นเอกสิทธิ์ของพระพุทธเจ้า"
ยังอาจหาญกล้าละเมิดสิทธิ์ของพระพุทธเจ้า

นี่ละ...ที่เรียกว่า ขาดจิตสำนึก

#6 By แฟนคลับหนูขิง (124.121.112.76) on 2010-10-05 00:19

ตอนดูข่าวครั้งแรกยอมรับว่ามีหวั่นไหวค่ะ
เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นบุคคลที่เราเอาเป็นแบบอย่าง
เลยต้องตั้งสติกันหลายยกเลยทีเดียว

#5 By kororo on 2010-10-02 21:17

อนุโมทนาค่ะ
ยังคงรักและเคารพหลวงพ่อเสมอเช่นกันbig smile

#4 By mindfulness on 2010-10-01 10:20

ผมเชื่ออยู่แล้วว่าท่านไม่ผิดตามที่กล่าวหาแน่นอน

ผมเป็นคนแรกในกลุ่มที่ได้บังเอิญเจอหนังสือของท่าน จำได้ว่าตอนนั้นท่านยังไม่ดังแบบปัจจุบันเลยด้วยซ้ำ พอนำไปปฏิบัติก็เกิดผลดีจริงๆ

เป็นอีกกำลังใจให้หลวงพ่อครับHot!

#3 By Trigger on 2010-09-25 21:37

กลองดี ต้องตี ถึงจักดัง

อิ อิ

question

#2 By Dhammasarokikku on 2010-09-25 21:03

เช่นกันค่ะ ตอนนี้ความจริงก็ค่อยๆเปิดเผยออกมาทีละอย่างแล้ว ก็ดีใจมากเลย ตอนเกิดเรื่องได้แต่บอกคนรอบข้างว่าเรื่องมันยังไม่จบ รอดูตอนจบก่อนค่อยวิจารณ์

#1 By kynra on 2010-09-25 17:36