ช้างป่ากับการทำวัตรเย็น

       เมื่อวานเย็นผมได้แวะไปที่สำนักปฏิบัติธรรมเขาห้าพระอินทร์ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี  เป็นสถานที่สงบร่มเย็นเหมาะกับการปลีกวิเวกสำหรับผู้ที่ต้องการภาวนาในป่าในเขาจริงๆ  เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า อยู่ในเขตป่าสงวน มีที่ให้บำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ในป่าบนเขาลูกเตี้ยๆ ผมเคยขึ้นไปดูมาแล้วเมื่อตอนช่วงปีใหม่ น่าสนใจจริงๆ

       ถ้าเป็นนักภาวนาผู้หญิงผมไม่ค่อยอยากแนะนำให้มาสักเท่าไหร่เนื่องจากเกรงจะเป็นอันตรายเพราะอยู่ในป่าเขาห่างไกล แต่ก็มีผู้หญิงหลายคนเหมือนกันนะครับที่ใจเด็ดมาก ที่มาภาวนาอยู่ที่นี่

       เมื่อวานผมไปถึงตอนเย็นๆเลยไม่สามารถขึ้นเขาไปเก็บภาพสถานที่สำหรับภาวนา มาให้ได้ชมกัน เอาเป็นว่า อธิบายให้ฟังคร่าวๆก่อนก็แล้วกันครับ ด้านบนเขาจะมีเพิงที่พัก ย้ำเพิงนะครับ ไม่ใช่กุฎิ และทางเดินจงกรม กระจายอยู่ในป่าซึ่งแต่ละที่ก็ห่างกันพอสมควร บรรยากาศคือเป็นป่าที่เงียบสงบ และ วิเวกมากๆ 

       พอผมไปถึงก็เข้าไปกราบนมัสการพระที่ท่านเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์  จากนั้นก็มานั่งสนทนาธรรมกับผู้ที่มาปฏิบัติธรรมที่นั่น ประมาณทุ่มกว่าๆ ก่อนทำวัตรเย็น ผมได้ยินเสียงร้องแปลกๆ ดังมาจากภูเขาด้านหลังของศาลา ผมเลยถามแม่ชีว่าเสียงอะไร มันเสียงดังและน่ากลัวจังเลย แม่ชีบอกว่า เป็นเสียงช้างป่า มันลงมาหากินแถวๆนี้ แต่แม่ชีบอกไม่ต้องกลัว เขาไม่ทำอันตรายเราและ เขาจะไม่เข้าไกล้บริเวณที่เป็นที่ภาวนาบนเขา เวลาเขามาหากิน เขาจะเดินเลี่ยงๆไปไกลๆ หลังจากทำวัตรเย็นก็สนทนาธรรมกันจนถึงสามทุ่มครึ่งผมจึงขอตัวกลับบ้าน

            พระท่านยังบอกอีกว่าปีนี้ช้างป่าลงมาเยอะมาก รู้สึกโขลงนี้จะประมาณเกือบๆ 30 ตัว และบางทีมันก็แอบๆมาด้อมๆมองๆไกล้ๆ กุฎิพระ ส่วนมากจะเป็นลูกช้างที่มันอยากรู้อยากเห็นและแอบมากินอ้อยที่ชาวบ้านปลูกเอาไว้

      ถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาหาที่วิเวกก็สามารถสอบถามได้นะครับ เพราะตัวผมเองถ้าหากมีเวลาว่างๆก็คงจะไปหาความสงบที่นั่นเหมือนกัน ถึงจะดูน่ากลัว แต่มันก็เป็นที่สัปปายะพอสมควร

       ศาลา กุฏิพระ และ แม่ชี จะอยู่ด้านล่าง เป็นศาลามุงหญ้าคา และกำลังสร้างศาลาปฏิบัติธรรมเพิ่มเป็นศาลามุงใบจาก  ซึ่งตอนแรกผมจะบอกบุญให้เพื่อนๆกัลยาณมิตรช่วยกันทำบุญสร้างศาลา แต่พระท่านบอกว่าไม่อยากให้รบกวนญาติโยม นอกจากถ้าใครศรัทธาจริงๆ อยากจะร่วมกันสร้างก็ไม่ขัดศรัทธา 

 

 

ศาลาปฏิบัติธรรมที่กำลังสร้าง(มุงด้วยใบจาก)

 

 

 

  

 

 กองตับจาก ที่จะเอามากั้นเป็นฝากั้น(ผนัง)

 

 

 

edit @ 13 Jan 2010 11:05:45 by Nirvana

edit @ 24 Apr 2011 12:59:37 by Nirvana

Comment

Comment:

Tweet

คุณ Pong ครับ ถ้าอยากหาที่สงบๆอยู่ไม่ไกลกรุงเทพมากนัก ผมขอแนะนำ วัดบุญญาวาส มีพระอาจารย์ตั๋นเป็นเจ้าอาวาสท่านเป็นศิษย์สายหลวงปู่ชาวัดหนองป่าพงครับ วัดนี้ค้นแผนที่ได้ทาง google ครับ http://www.watboonyawad.com/new/

ส่วนเขาห้าพระอินทร์นี้อยู่ไกลมากครับ อยู่อำเภอแก่งหางแมว และทางเข้าลำบาก เอาไว้เดี๋ยวผมให้คนแถวๆนั้นวาดแผนที่ให้ดีกว่า จะได้ไม่หลงทาง

#15 By Nirvana on 2010-08-04 15:52

ไม่ทราบว่าสำนักปฏิบัติธรรมเขาห้าพระอินทร์นี้ ไปยังไงครับ พอจะมีแผนที่ หรือ GPS ให้พอคลำทางไปได้มั๊ย

และ พระท่านมีครูบาอาจารย์จากที่ไหนครับ

เวลาว่าง ผมไปปลีกวิเวกอยู่สำนักสงฆ์ทางแถวพิษณุโลก บางทีรู้สึกว่าไกลไปหน่อย อยากจะหาที่สงบๆที่ใกล้กรุงเทพเข้ามาหน่อย

#14 By Pong (125.25.132.124) on 2010-07-16 09:59

ชอบจัง พี่ชาย

~ กิเลสคุย ~


คุยเสียดี ที่แท้ แพ้กิเลส

น่าสมเพช เตือนเท่าไร ก็ไม่เห็น

ว่าเป็นทาส กิเลส อยู่เช้าเย็น

จะอวดเป็น ปราชญ์ไป ทำไมนา

ค้นธรรมะ หาทางออก อุ้มกิเลส

น่าสมเพช จริง ๆ เที่ยววิ่งหา

ตำรานี่ ตำรานั่น สรรหามา

ได้เป็นข้า กิเลสไป สมใจเอย



~ พุทธทาส อินฺทปญฺโญ ~

(ไม่ได้ว่าพี่นะอย่าคิดมาก เอิ๊กๆๆ)sad smile

#13 By Q... on 2010-04-29 19:30

น้อง Q จ๋า

ภาพพวกนี้พี่เคยเห็น และ เคยประสบมากับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแม่ที่ตายในขณะที่พี่ยังกุมมือท่านอยู่ หรือ ลูก ที่ตายไปโดยที่ยังไม่ได้พูดกันเลย ความเศร้า ความเสียใจ มันก็มีอยู่นะ แต่ทุกอย่าง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไป ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตเขา หรือ ชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นความดีใจ ความเสียใจ ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปทั้งนั้น

เราต้องมองมันเป็นครูสอนใจ สักวันหนึ่งเรื่องราวเหล่านี้ก็ต้องเกิดขึ้นกับตัวน้องเองหนีไม่พ้น อยู่ที่ตัวเราว่าจะทำอย่างไรกับมัน จะได้ประโยชน์อะไรจากมันหรือเปล่า หากมองไม่เห็นมองไม่เป็น ก็จะหาประโยชน์จากความทุกข์ ความพลัดพรากเหล่านี้ไม่ได้เลย

#12 By Nirvana on 2010-04-28 08:40

วันนี้เป็นวันที่เศร้าที่สุดของ คนทำงาน

เพราะเราได้เสียคนไข้ไป

ในตอนเช้า ของวันที่ 26

ตัวเราไม่เคยได้สุญเสียคนที่เป็นที่รัก

ที่ต้องจากกันแบบไม่สามารถได้พบเจอกันอีก

ในชาตินี้

เป็นลุกชายของหญิงคนหนึ่ง

ทีมผ่าตัดได้ช่วยชีวิตอย่างสุดปัญญา ว่าอย่างนี้ก็ไม่ผิดเลย

แต่ไม่สามารถจะทำให้น้องมีลมหายใจอยู่ต่อไปได้อีก

ภาพที่แพทย์และพยาบาลเห็น

คือภาพแม่ของน้อง ได้อุ้มน้องที่ไร้วิญญาณ ขึ้นมา

พร้อมกับเสียงร้องไห้ ที่ดังจนถึงกับดังมา

ร้องเรียกลูกว่ากลับมาหาแม่ได้มั้ย

เรียกอยู่อย่างนั้น พยาบาลบางคนถึงกับหลั่งน้ำตา

กับภาพที่เห็น

แม้ว่าเราจะเคยเจอ

คนที่จะต้องจากไปต่อหน้าต่อตา

แต่เราไม่ใช่ผู้ต้องสูญเสีย เราจึงไม่เข้าใจในส่งที่เขาเป็น

แต่ภาพวันนี้ทำให้ น้องชายคนนี้ ต้องหลั่งน้ำตามา

แม้เราจะรู้ในเรื่องธรรมชาติ

แต่เราก็ยังยากจะหักห้ามใจ กับสภาพที่เห้นในวันนี้ไม่ได้

ความทุกข์ ที่เกิดกับแม่ มันช่างทุกข์เหลือเกินนะคับ ...

#11 By Q... on 2010-04-27 00:24

ติดตามอ่านblogของคุณnirvanaมานานแล้ว
วันนี้ขออนุญาต comment เปิดเผยตัวซะที

เห็นที่นี้แล้วน่าสนใจจังเลยคะ
ขอบคุณมากนะค่ะ ที่มาแบ่งปัน


ปล.ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนไปไหมคะ พอมีแผนที่พิกัดของที่นี้บ้างไหม

ปล.อีก>> ไม่แน่ใจว่าคุณnirvanaพอจะจำแม่ชีพี่เก้าได้ไหม คือใจดีก็เป็นเพื่อนธรรมของแม่ชีพี่เก้าด้วยเหมือนกัน //วิบากกลมดีคะ

#10 By ใจดี (125.25.250.93) on 2010-02-19 15:39

สวัสดีครับคุณเหน่ง
ผมเปิดมาเห็นรูปที่คุณเหน่งเคยบอกไว้แล้วนะคับ

คุณเหน่งต้องตั้งกองทุนไว้นะครับ
เปิดบัญชี ซักบัญชี1ครับ
แล้วเราก็รวมเงินกัน เพื่อไปถวายพระที่ท่านอยู่วัดนั้นน่ะคับ
เพื่อนำไปสร้างศาลา เพื่อที่พระสงฆ์จะได้มีศาลา
ไว้บำเพ็ญกิจของสงฆ์น่ะคับ

คนละเล็กละน้อยก็ยังดีนะครับ
คุณเหน่งลองดำเนินการดูนะครับ บุญนี้ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
และขอร่วมสบทบด้วยครับ

วันชัย (อยุธยา)
อนุโมทนาด้วยค่ะคุณเหน่ง
ขอให้เจริญในธรรมค่ะ

#8 By LovelyBeBe on 2010-02-06 19:28

ไม่ทราบว่าถ้าผมจะไปปฏิบัติที่นี้ได้ไม่ครับ

#7 By vacant (124.120.55.67) on 2010-01-24 15:51

ร่วมอนุโมทนา ด้วยค่ะ surprised smile

#6 By ชบา on 2010-01-15 17:34

ชวนพี่ Nirvana มาดูกับตาชัด ๆ

ความจริง คนเสื่อม ธรรมเสื่อม หรือศาสนาเสื่อม กันแน่!

ลองคิดเล่น ๆ ก่อนรู้ความจริงจากปากคำ พระพุทธเจ้า

พระองค์ตรัสเรื่องนี้ไว้อย่างไร ใครคือ ผู้ทำอะไรเสื่อม!

ฉายแล้ววันนี้ ธรรมจะยาตรา! ทว่า ศาสนากำลัง 0
ติดตามได้แล้วที่นี่

http://buddhatalk.exteen.com

#5 By บลู เลอสง่า on 2010-01-15 16:53

อนุโมทนาครับ

#4 By Nai on 2010-01-14 10:12

บางครั้งเราขยันหมั่นเพียรภาวนา
หลายครั้งที่เราเลิกราการภาวนา
เพราะเหตุหลายอย่างที่ก่อให้เกิดตัวเกียจคร้าน
ปัจจุบันได้แต่กำหนดรู้ในบางอารมณ์ไปเรื่อยๆ
ไม่ได้นั่งสมาธิ ภาวนาเหมือนแต่ก่อน

แต่คุณ nirvana ก็ปฏิบัติต่อไป กลับมาเขียนให้เราอ่าน เป็นตัวอย่างให้เราเสมอเลย

อนุโมทนาค่ะ

#3 By kororo on 2010-01-13 19:00

อนุโมทนาครับ

#2 By mahaoath on 2010-01-13 16:28

อนุโมทนา กับการฝึกสติ+สัมปชัญญะในการเดิน ยืน นั่ง และนอน ครับ
---------------------

คงเป็นเพราะ ระยะเวลา 2500 กว่าปี ที่เราได้มีโอกาสใกล้ชิด ครูบาอาจารย์ ทำให้ เราลืม พระพุทธเจ้า ซึ่งเป็น บรรมศาสดา เอกของโลก เราจึงให้ความสำคัญกับ พระองค์น้อยเกินไป ได้แต่อ้าง ว่า นี่เป็นหลัก พุทธศาสนา โดยลงรายละเอียดด้วยการตีความ ตามจริต ของครูบาอาจารย์แต่ละท่าน ทั้ง ๆ ที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้แล้วว่า

อานนท์ !ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า "ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปเสียแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา" ดังนี้

อานนท์ !พวกเธออย่าคิดดังนั้น

อานนท์ !ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้วบัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นองค์ศาสดาของพวกเธอ ทั้งหลายโดยกาลที่เราล่วงลับไปแล้ว

นั่นแสดงให้เห็นชัดแล้วว่า เฉพาะ ธรรมะ+วินัย ที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของ พระตถาคต เท่านั้น ที่เป็นศาสดา

ธรรมะ อย่างอื่น แม้ในเชิงหลักการ จะเป็นคำสอนของพระองค์ พอลงรายละเอียด แต่ละสำนักก็เริ่มตีความ

นี่จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ศาสนาเสื่อม !

ชวนพี่ Nirvana พิจารณา งานเขียนอิงพุทธวจนะ ด้วยครับ

ร่วมเผยแผ่ พุทธวจะ ประกาศความเป็น พุทธะ บนทางเลือก ดีกว่า การร่วมประกาศคำของสาวกครับ

เพราะอะไร ติดตาม ฉบับเต็มได้แล้วที่ http://buddhatalk.exteen.comHot!

#1 By บลู เลอสง่า on 2010-01-13 12:05