ความสำเร็จของผมและจุดเริ่มต้นของเธอ
posted on 12 Sep 2009 08:19 by anucsf in Diary
วันศุกร์ที่ 11/09/2552 ผมออกเดินทางไปสวนสันติธรรมกับภรรยาแต่เช้า พอไปถึงก็นำนมเปรี้ยวและนมถั่วเหลืองจัดใส่ถาดไปเตรียมถวายพระ เจ็ดโมงครึ่งหลวงพ่อเริ่มเทศน์ นั่งฟังไปด้วยใจชื่นบาน ทั้งๆที่ก่อนหลวงพ่อจะเริ่มเทศน์รู้สึกง่วงๆ หลวงพ่อท่านเทศน์สอนได้ลึกซึ้งจริงๆ ฟังไปพิจารณาไป และดูความเผลอความเพ่งไป จิตใจสงบดีมากๆ พอแปดโมงหลวงพ่อก็หยุดเทศน์ให้โยมไปทานข้าว
แปดโมงสี่สิบห้า หลวงพ่อเริ่มให้โยมที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัดส่งการบ้านก่อน จากนั้นก็ให้คนอื่นๆยกมือส่งการบ้าน วันนี้ฟังโยมส่งการบ้านแล้วฮึกเหิมเป็นพิเศษ เพราะมีคนที่ปฏิบัติแล้วได้ผลดีมาส่งการบ้านเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคุณ "วันชัย" ฟังเขาส่งการบ้านแล้วขนลุก(บอกตามตรงว่าต้องมานั่งดูจิตที่แอบอิจฉาอยู่ลึกๆ)
หลวงพ่อตรวจการบ้านจนถึงรอบสุดท้ายท่านบอกว่า รอบสุดท้ายได้อีกสองสามคน ผมจึงตัดสินใจยกมือส่งการบ้านบ้าง(ไม่ได้ส่งมาสี่เดือนแล้ว) หลวงพ่อเรียกคนที่หนึ่ง สอง แล้วมองหน้าผม แล้วบอกว่าคุณไม่ติดปัญหาอะไร ยังไม่ต้องส่ง แล้วจึงไปเรียกคนที่สามต่อ วันนี้ไม่นึกเสียใจที่ไม่ได้ส่งการบ้าน เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ได้ติดปัญหาอะไรเหมือนที่หลวงพ่อท่านบอก พอหลวงพ่อตรวจการบ้านเสร็จก็ให้โยมกลับบ้าน แต่ได้เรียกคุณวันชัย เข้าไปแนะนำเพิ่มเติมอีกนานพอสมควร
ขากลับขับรถมาแล้วก็นั่งคุยธรรมะกับภรรยา ซึ่งผมจะเล่าเกร็ดชีวะประวัติของครูบาอาจารย์สายวัดป่าให้เธอฟัง เพื่อเป็นกำลังใจให้เธอได้เริ่มปฏิบัติธรรมเสียที ผมได้บอกเธอว่าชาตินี้เธอมีบุญมากที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้ศรัทธาในพระศาสนา และได้พบครูบาอาจารย์ หากเธอประมาทไม่เริ่มทำเสียตั้งแต่วันนี้ก็เท่ากับเธอทิ้งโอกาสอันดีเสียแล้ว
เช้าวันที่ 12/09/2552 ภรรยาผมตื่นแต่เช้ามาหุงข้าวทำกับข้าว และแอบมากระซิบบอกผมว่า เมื่อคืนเธอฝึกนอนดูจิต แล้วเธอเห็นสภาวะต่างต่างของจิตเกิดขึ้น เห็นจิตมันทำงาน เห็นมันคิดๆๆๆๆ แล้วก็มีตัวหนึ่งมาห้ามความคิดบอกว่าอย่าคิดนะ เธอพยายามไม่ห้ามความคิด แต่ก็บังคับมันไม่ได้ เลยทำให้เธอปวดหัว ผมหัวเราะน้อยๆแล้วบอกเธอว่า ค่อยๆทำไป ค่อยๆดูไป เห็นไหมว่าจิตมันทำงานเอง เราไม่อยากให้มันมาห้ามความคิดมันก็มาห้ามของมันเอง เราก็ดูมันไป ถ้าเราโกรธที่เราห้ามมันไม่ได้เราก็ตามรู้ตามดูความโกรธไปเรื่อยๆ ค่อยๆทำไปถ้าเริ่มปวดหัว ก็หยุดซะไปดูหนังฟังเพลงให้สบายอารมณ์แล้วค่อยตามรู้ตามดูเอา จากนั้นเธอก็บอกผมว่าเดี๋ยวเรามานั่งสมาธิด้วยกันนะ เธออยากให้ผมนั่งสมาธิอยู่ข้างๆเธอ เพราะเธอเคยมีปะสบการณ์สมัยเป็นนักเรียน คือ อาจารย์พาไปเข้าค่ายวิปัสนาที่วัดเขาสุกิม ตอนนั่งสมาธิ เธอเห็นตัวเองลอยสูงขึ้นจนถึงเพดาน พอมองลงมาข้างล่างเห็นตัวเองนั่งอยู่ จึงทำให้รู้สึกกลัวว่าจะเข้าร่างไม่ได้ จากนั้นเธอก็ไม่นั่งสมาธิอีกเลย
ในที่สุดความพยายามของผมก็บรรลุผลสำเร็จ ผมพยายามพาเธอปฏิบัติธรรมมานานร่วมหกปีได้ มาวันนี้ภรรยาผมเริ่มอยากปฏิบัติธรรมแล้ว และเธอได้เริ่มก้าวเดินสู่หนทางที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บอกเอาไว้ จุดเริ่มต้นแห่งการเดินทางของเธอได้เริ่มขึ้นแล้ว กล้าไม้ของหลวงพ่อได้เกิดขึ้นมาอีกหนึ่งต้นแล้ว
นี่จึงเป็นที่มาของหัวข้อบันทึกในวันนี้ "ความสำเร็จและจุดเริ่มต้น"
ปล.
- สิบนิ้วขอนอบนอบกราบกรานแทบเบื้องพระบาทของพระพุทธเจ้าที่ได้นำหนทางแห่งความพ้นทุกข์มาสอนสั่ง
- ต้องกราบขอบพระคุณหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่ได้นำธรรมมะของพระพุทธเจ้ามารินรดให้บรรดาต้นกล้าทั้งหลายที่ท่านเพียรปลูกเพียรฟูมฟัก
- ต้องขอขอบคุณคุณวันชัยที่ส่งการบ้านอันลึกซึ้ง ทำให้ภรรยาผมอยากได้รับความสุขจากธรรมมะอันลึกซึ้งเช่นนั้นบ้าง
edit @ 12 Sep 2009 11:54:14 by Nirvana

ต้องเริ่มจากความเชื่อนะคะ เชื่อและศรัทธา
#1 By tungmay on 2009-09-12 12:05