บันทึกการเดินทางสู่ดินแดนที่ไปแล้วไม่กลับ ตอน ภาพอสุภะ
posted on 24 Sep 2008 08:14 by anucsf in Diary
ภาพประกอบนำมาจาก http://www.geocities.com/sangpare/Untitled-31.htm
ไม่ได้ Up Blog ก็นานมากแล้ว อันที่จริงก็ไม่รู้จะเอาเรื่องอะไรมาเขียน เพราะตั้งใจไว้ว่าถ้ามีผลจากการดูจิตที่น่าสนใจถึงจะนำมาบันทึกเอาไว้ ทุกวันก็ดูจิตไปเรื่อยๆหลงบ้างเผลอบ้างเพ่งไปบ้างก็เป็นปกติของคนที่ดูจิตซึ่งยังไม่ชำนาญ การหลงเผลอไปในช่วงนี้จะหลงนานกว่าเมื่อเดือนก่อน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะเมื่อเดือนก่อนเพ่งมากไปหน่อย พอลดเพ่งดันไปเพิ่มความเผลอนานขึ้นมาอีก เรียกว่าตอนนี้ยังหาความเป็นกลางยังไม่พบ แต่จิตก็จับอารมณ์ต่างๆได้ไวขึ้นโดยเฉพาะความโกรธ ความไม่พอใจ ความขัดเคืองใจ อันนี้แม้เกิดขึ้นมาเล็กน้อยจิตก็จะเห็นอารมณ์นั้นๆได้ทันที
ถึงแม้จะเผลอไปนานหน่อยแต่ก็ลดความเพ่งลงได้ ซึ่งก็มีผลดีคือทำให้ไม่เครียดกับการดูจิต เพราะหากเพ่งมากๆมันจะรู้สึกหนักๆ ทื่อๆ และเห็นกิเลศ หรือ อารมณ์ต่างๆได้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากการเพ่งจะทำให้จิตนิ่งๆ อารมณ์และความรู้สึกต่างๆถูกกดข่ม ทำให้ไม่สามารถเห็นการเกิดดับได้ตามความเป็นจริง
ช่วงนี้ก็ดูจิตเป็นพื้นฐาน และ ไม่รู้ว่านึกครึ้มอกครึ้มใจอะไร เที่ยวไปหาภาพอสุภะมาดู ช่วงแรกๆที่ดูก็รู้สึกคลื่นไส้ ขยะแขยง พอสมควร โดยเฉพาะภาพอุบัติเหตุที่มีมันสมองไหลออกมากองกับพื้น หรือภาพที่แขนขาดขาขาด พอดูไปบ่อยๆก็เริ่มทนได้ และมีเรื่องขำๆมาเล่าให้ฟัง วันแรกๆที่นำภาพศพคนตาย และ อุบัติเหตุต่างๆมาดู พอตกกลางคืนมันเก็บเอาไปฝัน แต่จำไม่ได้ว่าฝันว่าอะไร รู้แค่ว่าน่ากลัวมากๆ กลัวจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา พอรู้สึกตัวว่าฝันไปก็ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังหวาดๆอยู่บ้าง พอตั้งสติได้สักพักความกลัวหายไปจึงนอนต่อจนถึงเช้า พอมาถึงที่ทำงานก็รีบเปิดคอมพิวเตอร์ดูภาพอสุภะต่อ ดูสิว่าคืนต่อไปมันจะมาหลอกหลอนอีกหรือเปล่า ปรากฎว่าคืนต่อมา ไม่ฝันแล้ว นอนหลับสบาย แต่ช่วงกลางวันพอหลับตามักจะเห็นเป็นภาพศพ ที่น่ากลัวๆลอยมาอยู่เรื่อยๆจนบางทีกินข้าวไม่ค่อยลง(แต่ก็เห็นหมดจานทุกที) ถ้าถามว่ากลัวไหมตอบได้เลยว่าไม่กลัวแถมรู้สึกดีอีกต่างหาก อยากให้มันลอยมาให้เห็นเรื่อยๆ เพราะพอเห็นมันลอยมาทีไรก็ได้ธรรมะมาสอนตัวเองทุกครั้งว่า ร่างกายไม่สวยไม่งาม มีเพียงหนังกำพร้าบางๆมาห่อหุ้มสิ่งน่าเกลียดน่ากลัวเอาไว้ และ ทุกสิ่งทุกอย่างมีความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป อย่าหลงระเริงในกามให้มากนักเลย
แต่ถึงแม้จะมีภาพติดตาของศพที่บางทีก็เห็นแต่ซี่โครง มีเลือด มีเนื้อสีแดง หรือ ภาพชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆเช่น แขน หรือขา ที่ขาดออกจากร่างกายมาปรากฎให้เห็น ถึงแม้พยายามจะพิจาณาความไม่สวยไม่งามของร่างกาย แต่จิตยังไม่เข้าใจถ่องแท้ถึงความน่าเกลียดน่ากลัวของร่างกาย จิตยังยึดถืออยู่ว่าร่างกายเป็นของสวยของงามน่าดู(แถมมันยังบอกอีกว่าไอ้ที่ไม่น่าดูก็อย่าไปดูมันสิ) สังเกตุจากการดูจิตทำให้พบว่า เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่างทำให้ไม่สามารถเห็นตามความเป็นจริงของธรรมชาติได้ กิเลศ ตัณหา ราคะ ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่สามารถนำ ภาพ อสุภะที่เห็นมาระงับความฟุ้งซ่านในทางกามได้เป็นบางขณะ ซึ่งคงต้องตามรู้ตามดู จิตไปเรื่อยๆ ดูอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป จนกว่าจะเข้าใจใน อริยสัจ4 ซึ่งเป็นหลักธรรมสูงที่พระพุทธเจ้าท่านได้ประกาศเอาไว้ มาเถิดท่านทั้งหลายรีบๆเดินทางกันเสียเถิด อย่ามัวเสียเวลาอีกเลย
หนทางยังมีอยู่ ผู้เดินทางยังไม่ขาดสาย ลงมือเสียแต่วันนี้
ก่อนที่กระแสลมแห่งกาลเวลา จะพัดพารอยพระบาทของท่านหายไป
เพราะถึงเวลานั้น พวกเราก็จะต้องระหกระเหินไร้ทิศทาง ไปอีกนานแสนนาน
ถ้าท่านใดที่สนใจจะดูภาพอสุภะ ก็สามารถเข้าดูได้ที่
http://www.powow.com/whatami/death/death.html
http://www.geocities.com/pic_asupa/
หรือแม้แต่ที่ Exteen ก็มีนะครับ เข้าดูได้ที่ http://bannpeeploy.exteen.com/20080105/entry
ปล. หากดูแล้วเห็นเป็นภาพติดตา ไม่ต้องตกใจนะครับ นั่นเป็นของดี ให้พิจารณาต่อไปเรื่อยๆ ไม่แน่ ท่านอาจจะได้ธรรมจากศพก็เป็นได้
edit @ 24 Sep 2008 09:50:26 by Nirvana
เราเรียนทางด้านสายสุขภาพมาก็จริง
แต่การเข้าใจว่า ร่างกายนี้เป็นสิ่งน่ารังเกียจก็ยังมองไม่เห็น
เหมือนมีอะไรมาปิดบังความจริงเหล่านี้ไว้
หากวันใดเข้าใจความเป็นจริง อย่างแจ่มแจ้ง
จิตใจของเรา จะมีความสุขขนาดไหนน้า
.... (กดดันครั้งนี้ได้ผล ด้วยนะนี่ 5555)
ปล. พี่ชาย คุณโก๊ะ เค้าก็เรียนรู้จิตใจเหมือนกันนะนี่
ลองไปชวนเขามาศึกษาพูดคุยธรรมะด้วยกันมั้ยคับ
เผื่อจะได้เป็นสหธรรมอีกท่านหนึ่ง
#1 By Q... on 2008-09-24 15:56