สืบเนื่องจากการสนธนาธรรม ผ่าน Exteen Blog มีการถาม-ตอบ ผมเห็นว่าคำถามและคำตอบ บางอย่างน่าจะมีประโยชน์สำหรับท่านผู้สนใจในการดูจิต จึงนำเอาบางส่วนของคำตอบที่ผมเคยเขียนเอาไว้มาใส่ไว้ในหัวข้อนี้ บทความนี้ขอให้อ่านแล้วใช้การพิจารณาให้ดี เพราะอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด หากท่านใดเห็นว่า ไม่ถูกต้อง หรือ ออกนอกแนวทางที่ควรจะเป็น ก็ให้บอกได้นะครับ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และวิธีปฎิบัติ  สติปัฎฐานสี่ ในหมวดของ การดูจิต ตามแนวของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หากท่านยังไม่เคยอ่านเรื่องการดูจิตให้กลับไปอ่านในหัวข้อ ความหมายของการดูจิต เพื่อทำความเข้าใจกับแนวทางนี้เสียก่อน

         หลายๆท่านมักจะสงสัยว่าเมื่อเราฝึกสติ ทำความรู้สึกตัว พอเราเห็นแล้วว่ากำลังเผลอคิดอยู่นะ เราจะรู้ตัวได้สักพัก แล้วมันก็จะเผลอไปอีก ซึ่งจะเป็นอย่างนี้ตลอดไม่สามารถแก้ไขได้  และ หลายๆท่าน ก็มักจะถามผมว่า จะทำอย่างไรดี มันเผลอบ่อยเหลือเกิน  หรือบางท่านก็ถามว่า ทำอย่าไรจะให้ไม่เผลอบ่อย

         ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าเราดูจิตเพื่ออะไร ที่แน่ๆ ไม่ใช่ดูเพื่อให้ไม่เผลอบ่อยแน่นอน เพราะฉะนั้นความเข้าใจที่จะหาสิ่งที่มายึดเหนี่ยวเพื่อให้ไม่เผลอ ย่อมเป็นทางที่ผิดสำหรับการดูจิต (แต่เป็นทางที่ถูกสำหรับการทำสมถะ ทำสมถะจะได้ความสงบแต่ไม่ได้ปัญญา)  การที่เราดูจิต ก็เพื่อให้เราได้ปัญญาเห็นว่า เราไม่สามารถบังคับจิตได้  เพื่อให้เห็นว่า ความเผลอ กับความรู้สึกตัวมีค่าเท่ากัน คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราไม่สามารถบังคับให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้  ถ้าเผลอบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งดี แต่ถ้าเผลอนาน อันนี้ไม่ดี   ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือดูความเผลอ เผลอเมื่อไหร่ก็ดูเมื่อนั้น ไม่ใช่ดูไม่ให้เผลอ อันนี้อย่าหลงประเด็นนะครับ  คำถามน่าจะเปลี่ยนเป็น ทำอย่างไรไม่ให้เผลอนาน หรือ ทำอย่างไรให้เห็นความเผลอบ่อยๆ  อันนี้ครับที่เป็นหัวใจหลักที่เราต้องทำให้ได้  แล้วจะทำอย่างไรหล่ะ คำตอบก็คือ พยายามดูบ่อยๆ พยายามดูอารมณ์อื่นๆด้วย เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธ หงุดหงิด พอเกิดอารมณ์ต่างๆขึ้น ก็พยายามให้รู้ตัว(อันนี้ต้องฝึกบ่อยๆ) เมื่อเราฝึกบ่อยเข้าสติเขาจะจำได้เอง เมื่อเกิดอารณ์ต่างๆเข้ามา เขาจะทำหน้าที่ของเขาเอง เรามีหน้าที่ดูเท่านั้น  ดูทำไม?  ดูเพื่อให้เห็นความเกิดดับ ดูเพื่อให้เห็นความไม่เที่ยง ดูเพื่อให้เห็นว่า สิ่งนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา  เมื่อจิตเขาเห็นความเป็นจริงตามธรรมชาติ เขาจะเข้าใจ และจะปล่อยวาง เขาวางเมื่อไหร่ เราก็เริ่มเห็นจุดหมายเมื่อนั้น

แถมอีกนิดนะครับ

บางท่านถามว่า การดูกายกับดูจิตจะเลือกอันไหนดี อันนี้ก็อยู่ที่ความชอบ ความถนัด หรือ เลือกตามจริตของเรา ครับ  แต่สำหรับผม การดูกาย กับ การดูจิตถ้าเราดูมันทั้งสองอย่างควบกันไป คือ ถ้าตอนไหนเห็นกายชัด ก็ให้ดูกาย ถ้าตอนไหนเห็นจิตชัดก็ให้ดูจิต

การดูกายกับดูจิต ไม่ต้องเลือกอันใดอันหนึ่งก็ได้ครับ ดูมันทั้งสองอย่างก็ได้ บางทีก็ดูกาย บางทีก็ดูจิต สลับกันไปก็ได้  เช่น ขณะที่เราเห็นความเผลอ แล้ว จิตไปเพ่งจ้องกลัวมันจะเผลออีก เราก็เปลี่ยนมาดูกายแทนก็ได้ เช่นเรากำลังเดินอยู่ก็มาดูขาก้าว ซ้าย-ขวา พอดูขาสักพัก อ้าวเผลอคิดไปแล้ว ก็มาดูความเผลอ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆก็ได้ หรือพอดูขาก้าว ซ้าย-ขวา แล้วเดินไปเหยียบขี้หมา เกิดโมโหตัวเองก็ให้มาดูความโมโหแทน อะไรทำนองนี้ ให้ดูสิ่งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน บางทีดูจิตแล้วเกิดเพ่งจ้องก็ให้ดูกาย ดูกายแล้วเกิดเพ่งจ้อง ก็ให้ดูต้นไม้ใบหญ้าและถ้าเผลอเมื่อไหร่ก็ดูเมื่อนั้น อย่าให้มันเพ่งจ้อง ถ้ามันเพ่งจ้องให้ทำอย่างอื่นให้เผลอแล้วรีบดูความเผลอซะ(อันนี้สรุปเอาจากที่หลวงพ่อท่านสอนนะครับ บางคนกลัวเผลอ เพ่งจ้องซะจนแก้ไม่ได้ ท่านก็ให้ ไปร้องเพลง ไปดูหนัง ให้เผลอ เผลอเมื่อไหร่ให้ดูความเผลอทันที)

         จากที่พูดมา จะเห็นได้ว่า ยิ่งเผลอเท่าไหร่ ยิ่งดี แต่เผลอแล้วต้องรู้ตามเร็วๆนะครับ ฝึกไปเรื่อยๆก็จะดีขึ้นเอง  แต่ไม่ต้องตกใจนะครับถ้าหาก วันนี้ทำได้ดี พรุ่งนี้ทำได้ไม่ดี อันนี้เป็นธรรมดา ทำได้ดีก็ดูไป ทำได้ไม่ดีก็ดูไป เพราะเรามีหน้าที่ดู

ปล. ยังไงก็อย่าลืมทำสมถะด้วยนะครับเพราะ สมถะจะช่วยให้มีกำลังในการดูจิตมากขึ้น  เพราะสมาธิจะช่วยให้สติมีกำลังกล้าแข็ง  เห็นจิตได้เร็วและเห็นได้แจ่มใส หลวงพ่อท่านให้ทำทั้งสมถะและวิปัสสนาคือว่าถ้าเหนื่อยกับการดูจิตก็พักทำสมถะบ้างเพื่อเติมพลัง แต่บางคนก็ทำสมาธิได้ยากเพราะเป็นพวกคิดมากฟุ้งซ่าน อันนี้ก็ไม่ต้องตกใจ ก็อาศัยการดูจิตเท่าที่ดูได้ แต่ศีล 5 ต้องบริสุทธิ์  จะทำอะไรให้นึกถึงศีลตลอดเวลา เพราะศีลก็เป็นเหตุให้เกิดสมาธิได้เช่นกัน 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมเคยฝึกมาแล้วครับ

รู้สึกจะไปเจอวิธีฝึกในเน็ต

แต่ฝึกได้แป๊ปเดียวเอง sad smile

#1 By หูใหญ่ on 2008-04-21 13:34

เห็นความทุกข์ ที่จิตไปหยิบมาบ่อยๆ

เลยเข้าใจการทำงานของเขาว่า

เขาทำงานได้เอง

ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย

และปล่อยให้เขาทำงานไป และรู้เพิ่มอีกอย่างว่า

เขาไม่เที่ยงเลย ไม่มีอะไรเที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

ทุกอย่างที่เกิด เกิดเพราะมีเหตุ จึงเกิด ผลที่ดับไป เพราะ

เหตุนั้นดับ big smile

ขอบคุณนะคับที่แนะนำ แนวทางให้ทราบ

ถ้าไม่มีสติ ความทุกข์คงจะทำลาย และทำร้าย ทุกๆ อย่าง

แน่ๆเลยคับ พี่ชาย

ตอนนี้มีกดข่มความทุกข์บ่อยๆ เพราะไม่อยากทุก

แต่พอสติเกิดก็ พบว่า กดไปว้ก็ไม่เกิดประโยชน์

เพราะอย่างไรเสีย สู้การสร้างปัญญาเห็นความจริง

ดูเข้าไปตรงๆ เลยดีกว่าคับ

เห็นความจริงดีกว่า ... จริงๆbig smile

#2 By Q... on 2008-04-21 14:08

ขอบคุณมากๆ สำหรับคำแนะนำค่ะ big smile big smile
แล้วจะลองปฏิบัติดูค่ะ big smile big smile big smile

#3 By kaew on 2008-04-21 17:01

ขอบคุณที่ให้ความรู้และแนวคิดแนวปฏิบัติค่ะbig smile

ก่อนหน้าที่จะมาเจอ blog คุณ Nirvana เราได้รับการฝึกคล้ายๆกับการดูจิตเหมือนกันค่ะ ไม่แน่ใจว่าคือการดูจิตเหมือนกันรึเปล่า จึงอยากเขียนบอกเล่าไว้เล็กน้อยให้คุณ Nirvana ช่วยแสดงความคิดเห็นว่าเรามาถูกที่ถูกทางรึเปล่า น้อมรับคำชี้แนะค่ะ

ส่วนใหญ่เวลาเรารู้สึกตัวว่าโกรธ โมโห หงุดหงิด รำคาญเรามักจะหยุดดูตัวเอง และคุยกับตัวเองว่าทำไมเราถึงรู้สึกเช่นนั้น อะไรเป็นสาเหตุ ที่ทำให้ต้องอยู่ในสภาพที่จิตใจต้องเป็นทุกข์ด้วย หากเราระลึกได้ ความรู้สึกเชิงลบเหล่านี้ก็จะเบาบางลงไปเอง ซึ่งมันทำให้เราสบายใจขึ้น(หากเราไม่ไปปรุงแต่งจิตใจเติมเชื้อไฟอะไรต่อ) แต่ทุกครั้งที่เราทำแบบนี้ เราต้องอยู่คนเดียวเงียบๆ อยู่กับเพื่อนไม่ได้เลย เพื่อนกลัว...

ยอมรับว่าเราเป็นคนอารมณ์รุนแรงจริงๆค่ะ จนรู้สึกกลัวตัวเองเหมือนกัน ต้องใช้วิธีแบบนี้ปรามตัวเองทุกครั้งที่เริ่มหงุดหงิดsad smile

จะศึกษาการดูจิตต่อไปค่ะsurprised smile

#4 By kororo on 2008-04-21 19:30

แล้วตอนเวลาคุณแอนดี้ปวดฟันล่ะ อิอิ ใช้วิธีไหนน้อ

แบบเมื่อวาน ทุกข์หนอ ฟันทุกข์ อิอิ แบบนี้ไงตัวเราไม่ใช่ของเรา โอ้ไม่เจ็บ 55555

ปล. ยังไม่หายค่ะ big smile

#5 By tungmay on 2008-04-21 23:47

คุณ Under Constuctive Man อยากให้ลองฝึกดูสักระยะหนึ่งครับ ฝึกแป๊บเดียวยังไม่เห็นผล แต่ถ้าฝึกแล้วไม่ชอบก็ไม่เป็นไรครับ เพราะแนวทางมีให้เลือกมากมาย
big smile


คุณ Q... ก็สู้ต่อไปนะครับ เดือนหน้าพี่ว่าจะไปหาหลวงพ่อปราโมทย์ ชวน กิต,อุดมศักดิ์ ไปด้วย
แล้วตา Q จะไปด้วยกันไหม? big smile


คุณ หนอนน้อย พยายามทำไปเรื่อยๆนะครับ เผลอเท่าไหร่ยิ่งดี จะได้เห็นความเผลอบ่อยๆ big smile


คุณ kororo ลองเข้าเวป
http://www.wimutti.net/pramote/
แล้วไป ดาวน์โหลด CD MP3 ณ สวนสันติธรรม มาลองฟังดูนะครับ เผื่อจะได้แนวทาง


สำหรับคุณ tungmay big smile อิอิ ผมไม่เคยปวดฟันเลย แต่มีวิธีที่สามารถช่วยได้นะครับ ผมจะให้ คาถา ที่สืบทอดกันมานาน
โอม ปวดฟันต้องไปหาหมอ
ถ้าไม่ไปหาหมอก็ปวดอีกนาน
ปวดซี่ไหนก็ถอนทิ้งซะ (แป่ว)ล้อกันเล่น

big smile big smile big smile

#6 By Nirvana on 2008-04-22 07:59

ไปวันไหนครับ

เพราะว่าผม จะต้องไปประชุม วันที่ 26-27

ถ้าไปวัดวันที่ 24-25 พค. หน้านี้

ตกลงได้ว่าไปคับ เพราะคิดว่าจะต้องไปให้ได้

ในเดือนหน้า นี้แหล่ะ

นัดมานะคับ big smile

ว่างกันช่วงไหนบ้าง

อย่างน้อย ช่วงนี้ก็ ยังจมอยู่กับทุกข์บ่อยๆ

และเห็นความเผลอบ่อยมากขึ้น กว่าเมื่อก่อน

แต่สติ ก็เริ่มที่จะเกิดเองมากว่าเมื่อก่อนที่คอยจ้อง

คอยดู

เดี๋ยวนี้เค้าเห็นของเขาเอง

บางที่มารู้ตัวอีกที ก็ตอนที่มีสติ นี่เองครับ

เคยรู้สึกมั้ยคับ ตะกี้ เผลอไป เอ๊ะ เราทำอะไรไปหว่า ...

หลงโลกไปโน้นเลย ไม่รู้ตัวเอง ก็สนุกดีนะคับ

ทำไป ยิ่งรู้ว่าจะไปหาพระอาจารย์

ยิ่งตื่นเต้น confused smile

#7 By Q... on 2008-04-22 17:13

เยอะมาก..ต้องหาเวลาโหลด หาเวลาดูให้ได้ค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ

#8 By kororo on 2008-04-23 17:15

ดีที่มีบอกไว้นะคะ
เพราะเวลาทำวันนี้ทำได้ดี พรุ่งนี้อาจมีเรื่องใดเข้ามาแทรกอาจทำได้ไม่ดีเท่าวันนี้ อาจท้อหรือคิดว่าตัวเองไม่สามารถทำได้ พาลเลิกทำไปเลย

แล้วจะพยายามทำดูค่ะ ครั้งแรกๆ คงฟุ้งซ่านบ้างแน่ๆ เลย big smile

#9 By ~ N ~ on 2008-04-27 17:59

ขอเป็นกำลังใจให้คุณ Nun ลองดูนะครับ เผื่อจะเป็นแนวทางที่เป็นหลักให้เราได้ แต่ถ้าทำแล้วไม่ชอบก็ไม่เป็นไร เพราะมีแนวทางให้เลือกอีกมาก แต่ต้องดูให้ดีๆนะครับ เพราะบางแนวทางก็อาจจะพาหลงทางได้

big smile big smile big smile

#10 By Nirvana on 2008-04-28 12:49

ทุกข์มาก....

การอยู่คนเดียวนี่ เป็นความสุขมากที่สุด

ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร big smile

#11 By Q... on 2008-04-29 08:29

คุณ Q อย่าลืมว่าถ้าไม่ทุกข์ก็ไม่อยากออกจากทุกข์
ถ้าไม่ทุกข์ ก็ไม่รู้วิธีละทุกข์
ไม่ว่าจะสุข หรือ ทุกข์ ก็ไม่เที่ยงทั้งนั้น (คงบ่ายๆมั้ง)
ไม่ว่าจะสุขหรือจะทุกข์ ก็ให้รู้ทันนะครับ
เนื่องจากเรายังเป็นปุถุชน คนธรรมดา
บางทีเราก็เลือกไม่ได้ว่าจะให้มันสุขหรือมันทุกข์
มันเป็นของมันเอง เรามีหน้าที่รู้ทันเท่านั้นพอ

big smile big smile big smile

#12 By Nirvana on 2008-04-29 14:56

มาอรุณสวัสดิ์ตอนสายๆ วันอาทิตย์ค่ะ big smile
ขอบคุณสำหรับบอลแดงนะคะ surprised smile


ปล. คุณ Q ทำไมปิดบล็อกไปละคะ เลยไม่ได้อ่านบทความดีๆ เลย (ขออนุญาต จขบ ถามนะคะ big smile)

#13 By ~ N ~ on 2008-05-11 11:01

ตอบคุณนันท์นะครับ

พี่ชายไม่เกี่ยว 5555

...

ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีเวลาว่างคับ

พี่ที่ทำงาน ขาดไป 1 ท่าน

เลยหาเวลาว่างได้น้อย เวลาพักผ่อนเลยเยอะ เอ๋ะยังไงconfused smile

กำลังดูจิตดูใจ ครับ ถ้ายังไง จะรีบกลับมา ที่บ้านแห่งนี้

ไม่นานคับ อีกไม่นานbig smile

#14 By Q... on 2008-05-15 17:14

อรุณสวัสดิ์ยังทันใช่ไหมคะ เวลานี้ cry

คุณNirvana (ชื่อออกเสียงว่าอย่างไรหรือคะ ^^) คงจะยุ่ง ช่วงนี้เลยยังไม่อัพ
ตอนนี้จิตใจสงบขึ้นเยอะค่ะ ปล่อยและวางไปได้หลายๆ เรื่อง อาจเพราะเราตัดอะไรไปได้เยอะ ดูชีวิตโล่งๆ ขึ้น จนแปลกใจ big smile
คุณNirvana สบายดีนะคะ surprised smile


คุณQ ไม่มีเวลาว่าง เพราะมัวแต่ไปนอน อ๊ะเปล่าคะ confused smile รอ ค่ะ รออ่าน big smile
(เลยมาคุยในบล็อกเขาซะงั้นค่ะ confused smile)

#15 By ~ N ~ on 2008-05-17 11:12

ตอบคุณนันท์ครับ

ถ้าตาม Dictionary จะอ่านว่า นิฝา-นะ แต่ถ้าผมอ่าน ผมอ่านว่า นิร์วาณา แปลว่า นิพพาน ครับ

ดีใจด้วยนะครับ ที่ชีวิตดีขึ้น การปล่อยวางได้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับชีวิตของเราครับ ยึดมากก็ทุกข์มาก

big smile big smile big smile

#16 By Nirvana on 2008-05-19 08:36