Custom Search

 

 

 

 

 

ประทีปส่องธรรม : แบบฝึกหัดให้จิตเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

--------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 57
จิตที่รู้สึกตัวพร้อม

แบบฝึกหัดให้จิตเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
ลองฝึกบ่อยๆ ไม่นานก็จะเข้าใจในสิ่งที่ผู้เขียนกล่าว

1. ลองสังเกตจิตใจตนเองในเวลาที่มองเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ จะพบว่าจิต (ของเรา) ทะยานหลงไปเกาะกับภาพนั้น จนลืมความรู้สึกตัว หรือจะลองเพ่งนิ้วหัวแม่มือตนเองสักครู่หนึ่ง แล้วค่อยสังเกตรู้ทันจิตที่ไหลไปเกาะอยู่ที่นิ้วหัวแม่มือก็ได้

2. ลองสังเกตจิตใจตนเองในเวลาคิด จะพบว่าเรารู้เรื่องที่คิด แต่ไม่รู้ทันว่าจิตกำลังคิดอยู่ เป็นการหลงไปในโลกของความคิด จนลืมความรู้สึกตัว

3. ลองกำหนดลมหายใจ หรือกำหนดท้องพองยุบ หรือกำหนดการยกเท้าย่างเท้า ไปสักช่วงหนึ่ง แล้วสังเกตดูจิตใจที่หลง/ไหลไปจมแช่อยู่กับลมหายใจ หรืออาการพองยุบ หรืออาการยกย่าง จนลืมความรู้สึกตัว

(แบบฝึกหัดข้อ 1-3 เป็นการฝึกให้รู้ทันความไม่ตั้งมั่นของจิต เมื่อรู้ทันแล้ว จิตจะเกิดความตั้งมั่น (ขณิกสมาธิ) ได้เอง)

4. ลองสุ่มสังเกตความรู้สึกของตนเองเป็นระยะๆ (แต่ห้ามจ้องดู ตลอดเวลาเพราะจะกลายเป็นการเพ่งจ้องที่ผิดธรรมชาติไป) แล้วรู้ว่า เมื่อกี้นี้เผลอ เมื่อกี้นี้คิด เมื่อกี้นี้เพ่ง เมื่อกี้นี้โกรธ เมื่อกี้นี้โลภ เมื่อกี้นี้หดหู่ ฯลฯ ขณะนี้ยืน ขณะนี้เดิน ขณะนี้นั่ง ขณะนี้นอน ให้หัดตามรู้รูปนามอย่างนี้อยู่เนืองๆ

(แบบฝึกหัดข้อ 4 เป็นการฝึกตามรู้สภาวะของรูปนาม จนกระทั่งเกิดสติขึ้นเอง โดยไม่ได้จงใจจะทำให้สติเกิดขึ้น สติชนิดนี้จะว่องไวโปร่งโล่งเบาสบาย ไม่ใช่สติแข็งกระด้าง อันเกิดจากความอยากมีสติหรือความอยากปฏิบัติธรรม (มีนักปฏิบัติจำนวนมากทีเดียวที่เอาสติตรึงความรู้สึกไว้ที่กาย จนรู้สึกว่าสามารถรู้สึกตัวอยู่ได้ตลอดเวลา การทำอย่างนั้นไม่ถูกต้องเลย เพราะเป็นการปฏิบัติด้วยตัณหา ผลก็คือจิตจะแข็งกระด้างและกายจะแข็งทื่อๆ ไม่ใช่การตามรู้อารมณ์ แต่เป็นการดักรู้หรือรอรู้) อนึ่งการตามรู้จิตจะมีลักษณะการรู้ถึงจิตที่เพิ่งดับไป แต่การตามรู้กายสามารถรู้ได้ในปัจจุบันเพราะกายเป็นรูปซึ่งมีอายุยืนยาว กว่าจิตมาก)

นอกเหนือจากการมีสติรู้ทันความไหว/นิ่งของจิตจนเกิดความรู้สึกตัวแล้ว ยังมีอุบายวิธีของสำนักปฏิบัติอีกหลายแห่งที่ใช้สร้างความรู้สึกตัวได้เช่นกัน เช่นการทำจังหวะการเคลื่อนไหวมือของนักปฏิบัติสายหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ และการรู้รูปนามในอิริยาบถ 4 เป็นต้น หากปฏิบัติแล้วไม่หลงเพ่งมือ เพ่งท้อง เพ่งเท้า เพ่งกายทั้งกาย หรือเพ่งความรู้สึกนึกคิด แต่มีสติรู้ทันสภาวะความไหว/นิ่งของกายหรือจิต ก็สามารถสร้างความรู้สึกตัวทั่วพร้อมขึ้นได้เช่นกัน ด้วยความจริงข้อนี้เอง ทำให้ผู้เขียนไม่ปฏิเสธวิธีการปฏิบัติธรรมของเพื่อนนักปฏิบัติในสาย/สำนักปฏิบัติอื่นๆ ที่เน้นการเจริญสติหรือการมีความรู้สึกตัว เพราะแม้เบื้องต้นจะเดินมาจากประตูคนละด้าน แต่เมื่อเข้าประตูได้แล้ว ก็เข้าถึงสภาวะอันเดียวกันได้เอง

มีจุดที่น่าสังเกตประการหนึ่งก็คือ ผู้ที่ไม่เคยศึกษาปฏิบัติธรรมมาก่อน เมื่อฟังธรรมแล้วมักจะเกิดความรู้สึกตัวได้ง่าย แต่ผู้ที่เคยฝึกหัดมาในทางมิจฉาสมาธิ คือบรรดานักเพ่งและนักดัดแปลงจิตและอารมณ์ทั้งหลาย จะเกิดความรู้สึกตัวได้ยาก ทั้งนี้อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการคือ (1) จิตมีความคุ้นเคยที่จะเพ่งอารมณ์ จนไม่ สามารถจะรู้อารมณ์ได้โดยไม่เพ่ง (2) จิตมีความอยาก (ตัณหา) ปฏิบัติ ธรรมที่รุนแรง บงการให้เกิดการกระทำทางกายและทางใจตั้งมากมาย แทนที่จะตามรู้กายตามรู้ใจไปตามธรรมดาที่กำลังเป็นอยู่ (3) การมีความคิดความเห็นเดิมๆ (ทิฏฐิ) อยู่มาก เมื่อได้ฟังธรรมเรื่องการเจริญสติก็มักจะพยายามศึกษาเปรียบเทียบ จนความคิดปิดกั้นการรู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏจนหมดสิ้น และ (4) การมีความถือตัว (มานะ) ว่า เป็นนักปฏิบัติ ยิ่งคนที่ทำมานานจนชำนาญในกีฬาทางจิต หรือคนที่เป็นผู้นำกลุ่ม จะเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ยากมาก บุคคลเหล่านี้หากต้องการเรียนรู้เรื่องความรู้สึกตัว จะต้องกล้าหาญพอที่จะสลัดความคิด ความเชื่อ ความเคยชินเก่าๆ ความพยายามดิ้นรนค้นคว้า และความถือตัวทิ้งเสียก่อน หากทำจิตให้เหมือนถ้วยชาที่ว่างเปล่าได้ ก็จะเรียนรู้เรื่องความรู้สึกตัวได้ไม่ยากนัก

 

.................................................................

 

วันนี้มาทำงานตอนเที่ยง ยังไม่ได้ทำงานเลย ขอ Up Blog ก่อนก็แล้วกันนะครับ

สิ่งที่เอามาลงในวันนี้ ผมขอให้ท่านผู้อ่านลองพิจาณาดูก่อน

อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ลองทำตามดูนะครับ

ถ้าทำก็ต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องสักเดือนสองเดือน

ค่อยสรุปผลที่ได้ ว่าเป็นเช่นไร

หากจะลองทำดูก็ไม่เสียหลาย

เพราะถ้าไม่ได้ผลตามนั้นจริงท่านก็จะได้รู้ว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับท่าน

แต่ถ้าได้ผลดีก็เป็นประโยชน์กับตัวท่านเอง

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile ขอบคุณอีกละ ขอบคุณค่ะ

ปล.เรื่องนี้มีข้อสงสัยว่า ทางมีหลายทาง หรือทางเดียวคะ ถึงจะไปถึงเป้าหมายเดียวกันได้ กำลังคิดอะไรอยู่ค่ะ

#1 By tungmay on 2007-12-08 15:26

ฝึกบ่อย ๆ จะถึงใจใช่มั้ยคะแบบนี้น่ะ

#2 By tungmay on 2007-12-08 15:40

ตอบคุณตังเม ครับ

ทางเดินมีหลายสาย(ที่เป็นต้นทางนะครับ ถ้าปลายทางก็จะเริ่มเป็นสายเดียวกัน)

เช่น เราจะเดินทางไปดอยสุเทพ บางคนเริ่มจากกรุงเทพ
บางคนเริ่มจาก อุบลราชธานี ต้นทางก็ไปเรื่อยตามจุดเริ่มต้น ปลายทางบันไดขึ้นดอยก็มีบันไดเดียว บางคนอาจจะขึ้นลิฟ บางคนเดินขึ้นบันได ก็แล้วแต่ความเพียรที่สั่งสมมาครับ

big smile big smile big smile

ฝึกบ่อยๆ ถึงจะเห็น เห็นบ่อยๆ ถึงจะเข้าใจ
เข้าใจบ่อยๆ ก็จะรู้แจ้งเองครับ

big smile big smile big smile

#3 By Nirvana on 2007-12-08 16:36

ชอบคำสอนของพระพุทธเจ้าให้เดินสายกลางbig smile big smile big smile

#4 By สาวโรงงาน on 2007-12-09 01:24

ขอบคุณบทความดีๆ ที่นำมาลงbig smile
จะตั้งใจให้มากขึ้นค่ะ
แม้ว่าจะเผลอบ่อยและครั้งละนานๆ
พักนี้พอดูบ่อยๆ แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นนางมารร้ายยังไงไม่รู้ sad smile

#5 By kaew on 2007-12-09 10:24

คนเราต้องหันมาดูที่จิตของตนครับ
สตินั้นสำคัญ ประหนึ่งอากาศที่ใช้หายใจ ขาดไม่ได้

ขอบคุณครับที่เรื่องพุทธศาสนามาลงไว้
โลกวุ่นวายเพราะจิตใจไร้ที่พึ่งพิงครับ

จะติดตามมาชมบ่อยๆครับ โชคดีครับ

#6 By redtear on 2007-12-09 11:07

มารับข้อมูลค่ะ...

ขอบคุณสำหรับบทเรียนดีดีนะคะ

#7 By knights of gemini on 2007-12-15 15:52

เข้ามารายงานตัวคะพี่แอนดี้ เอาบุญมาฝากด้วยนะค่ะ พี่อนุโมทนากับพลอยจ๋านะค่ะ บทความนี้สมัยแรกๆที่พลอยจ๋าจะเริ่มฝึกพระกรรมฐานอย่างจริงจังเคยอ่านแล้วค่ะ มีประโยชน์ในการเตรียมความพร้อมของจิตมากที่เดียว

เดี๋ยวพลอยจ๋ากลับรัสเซียก่อนจะขออัพเอนทรี่เกี่ยวกับการปฎิบัติธรรมบ้างนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปเก็บกระเป๋าไปตะลอนทัวร์พิรามิดและล่องแม่น้ำไนล์ก่อนค่ะ

big smile big smile big smile

#8 By พี่พลอยจ๋า on 2007-12-18 12:14

สวัสดี

สุขสันต์วันคริสมาสต์และปีใหม่
เป็นสิ่งที่ดี เพราะ จิตถ้าฝึกดีแล้ว ย่อมนำมาแต่ความสุข เสมอ

#9 By เมตตา on 2007-12-19 07:03

ขอบคุณสำหรับบทความนะคะ big smile

ตอนนี้ก็กำลังฝึกจิตให้เกิดสมาธิอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้ทำจริงจังเท่าไร ต้องตั้งใจให้มากกว่านี้ big smile

#10 By ~ N ~ on 2007-12-23 13:54

big smile big smile big smile

สวัสดีปีใหม่ค่ะ พี่แอนดี้ พลอยตั้งใจเข้ามาสวัสดีปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2551 นี้เลยนะค่ะ สุขสวัสดีคุณพระคุ้มครองตลอดปีและตลอดไปนะค่ะ

ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนบ้านกันค่ะ..double wink
ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า

big smile big smile big smile

#11 By พี่พลอยจ๋า on 2008-01-01 19:50

มารายงานตัวคับพี่ชาย

กลับบ้านไปพอกลับมาก็ได้รับ

ให้หนังสือธรรมะ และพร้อมกับเป็นวันพระ

รู้สึกดีมาก


ไปที่วัดอุโมงค์ ไปนั่งฟังธรรมะ อีก

เป็นวันพระที่รู้สึกดีที่สุดก็ว่าได้

แต่ไม่ลืมดูจิตว่ากำลังสุขอยู่ ขาดไม่ได้ 555

รู้มั้ยคับหนังสือที่แจกไปนั้น ได้รับจากเพื่อนใน exteen

นี่เองคับ

ตอนนี้กำลังส่งไปให้คุณตังเมด้วย

เตรียมรับไปซะนะคับ 5555big smile

พอเราให้เค้าไปอ่าน

สิ่งที่ได้รับมาคือ ทุกคนที่อ่าน

บอกว่าเป็นหนังสือที่ดีมากๆ

ทำให้เรายิ่งรู้สึกดี เหมือนกับว่า ได้ให้ทางสว่างกับเขา

จิตใจตอนนี้มีความสุขคับ

วันพระที่ผ่านมา ก็ได้ปฏิบัติ รักษาศีล

big smile ความสุขที่ได้ให้

นี่ยิ่งใหญ่ยากจะบรรยายได้หมดนะคับ

ไม่โม้ดีกว่า กลับบ้านไปเล่นกีฬาก่อนนะคับ big smile

#12 By Q... on 2008-01-08 16:43

ขออนุโมทนาครับ big smile