Custom Search

 

 

จากหนังสือ ประทีปส่องธรรม(โดยหลวงพ่อปราโมทย์  ปาโมชฺโช)

การเตรียมความพร้อมของจิตด้วยการสร้าง "ความรู้สึกตัว"

--------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ 55

การสร้าง "ความรู้สึกตัว"

2. การเตรียมความพร้อมของจิตด้วยการสร้าง "ความรู้สึกตัว"

ก่อนการเจริญวิปัสสนาหรือปัญญาสิกขา ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมีสัมมาสมาธิอันเกิดจากจิตสิกขา หากศึกษาพระสูตรจำนวนมาก จะพบคำสอนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของจิตหรือจิตสิกขาก่อนการเจริญ วิปัสสนา ด้วยการเจริญสัมมาสมาธิจนถึงระดับจตุตถฌาน (รูปฌานที่ 4) จนกระทั่ง "ภิกษุนั้นเมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลสปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อญาณทัสนะ" นี้คือสภาวะของจิตที่มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมนั่นเอง สภาวะเช่นนี้จำเป็นมากสำหรับการเจริญวิปัสสนา แต่ผู้ปฏิบัติรุ่นหลังๆ มักละเลยที่จะเรียนรู้เรื่องจิตสิกขา แล้วใช้จิตที่ไม่มีสัมมาสมาธิ (คือไม่ผ่องแผ้ว เจือด้วยตัณหาและทิฏฐิ แข็งกระด้าง ไม่ควรแก่การงาน ไม่ตั้งมั่นสักว่ารู้อารมณ์) ไปเจริญวิปัสสนา ผลก็คือไม่สามารถระลึกรู้รูปนามได้ตรงตามความเป็นจริง กลายเป็นหลงเพ่งจ้องหรือควบคุมบังคับจิตและอารมณ์ไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีการอีกอย่างหนึ่งในการสร้างความพร้อมของ จิต สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำฌานได้ ซึ่งผู้เขียนขอเรียกว่า การสร้างความรู้สึกตัว สภาวะของความรู้สึกตัวนั้น เป็นอันเดียวกับสภาวะจิตของผู้ที่เพิ่งผ่านการเจริญจตุตถฌานมาแล้ว คือจิตเป็นสมาธิ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว

อาจกล่าวได้ว่า การทำจตุตถฌาน เป็นวิธีสร้างความพร้อมในการเจริญวิปัสสนาของสมถยานิก ส่วนการสร้างความรู้สึกตัว ก็เป็นวิธีสร้างความพร้อมในการเจริญวิปัสสนาของวิปัสสนายานิก

ผู้ปฏิบัติธรรมจะปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานไม่ได้ ถ้าขาดความรู้สึกตัว

เมื่อพูดถึงความรู้สึกตัวผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่อธิบายได้ยากมาก เพราะทุกคนมักคิดว่าตนเองรู้สึกตัวอยู่แล้ว ทั้งที่ในโลกนี้จะหาคนที่รู้สึกตัวจริงๆ ได้ยากเต็มที มีแต่คนที่กำลังฝันทั้งที่ตื่นเป็นส่วนมาก หากถูกสะกิดเตือนว่ากำลังฝันอยู่ก็มักงง หรือโกรธไปเลย

ความรู้สึกตัวเป็นสิ่งตรงข้ามกับความหลงหรือความไม่รู้สึกตัว ความรู้สึกตัวนั้นสร้างขึ้นมาโดยตรงไม่ได้ ต้องรู้ทันความหลงหรือความไม่รู้สึกตัว จึงจะเกิดความรู้สึกตัวขึ้นได้โดยง่าย

ถ้าจะพูดถึงสภาวะทางจิตใจของความไม่รู้สึกตัวก็กล่าวได้ว่า คือสภาวะที่ (1) เมื่อตาเห็นรูป-จิตก็หลงไปกับรูป (2) เมื่อหูได้ยินเสียง-จิตก็หลงไปกับเสียง (3) เมื่อจมูกได้กลิ่น-จิตก็หลงไปกับกลิ่น (4) เมื่อลิ้นรู้รส-จิตก็หลงไปกับรส (5) เมื่อกายสัมผัสความเย็นร้อนอ่อนแข็งตึงไหว-จิตก็หลงไปกับสิ่งสัมผัสทางกาย และ (6) เมื่อใจคิดนึกปรุงแต่ง-จิตก็หลงไปกับความคิดนึกปรุงแต่ง

ลองหัดสังเกตจิตใจของตนเองดูก็ได้ ว่ามันหลง/ไหลไปอย่างไร เช่นเมื่อมองเห็นคนคนหนึ่งเดินมา เราเกิดความสนใจคนคนนั้น เราเอาแต่จ้องมองคนๆนั้นอย่างลืมตัว จิตของเราก็จะเลื่อนไหลไปเกาะเกี่ยวจมแช่อยู่กับคนคนนั้น เห็นแต่คนคนนั้น แต่ลืมรู้ทันกาย ลืมรู้ทันใจของตนเอง

เมื่อได้ยินเสียงคนนินทากัน จิตของเราก็หลง/ไหลไปจดจ้องคอย ตั้งใจฟังเสียงนั้นเพื่อฟังให้รู้ความ เราได้ยินเสียงนั้น และรู้ความหมายของสิ่งที่เขาพูด แต่ลืมรู้ทันกาย ลืมรู้ทันใจของตนเอง

เมื่อจิตใจทำงานต่างๆ เช่นคิด เพ่งอารมณ์ หรือใจลอย เรารู้เรื่องที่คิดโดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอยู่ เรารู้สิ่งที่จิตเพ่ง (เช่นลมหายใจ มือเท้า ท้อง) โดยไม่รู้ว่ากำลังเพ่งอยู่ เราใจลอยคือจับอารมณ์ได้ไม่ชัดเจน โดยไม่รู้ว่ากำลังใจลอยอยู่ หรือเมื่อจิตเกิดความรู้สึกสุข ทุกข์ โลภ โกรธ หลง เราเพลินกับความสุขโดยไม่รู้ว่ากำลังสุขอยู่ เราเกลียดชัง ความทุกข์หรือพยายามละทุกข์โดยไม่รู้ว่ากำลังปฏิเสธทุกข์อยู่ เราคิดถึงคนที่เรารักโดยไม่รู้ว่ากำลังมีความรู้สึกรักอยู่ เราคิดถึงคนที่เราเกลียดโดยไม่รู้ว่ากำลังมีความรู้สึกเกลียดอยู่ เป็นต้น

แต่เมื่อใดเกิดสติรู้ทันว่าจิตกำลังหลงไปกับรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธัมมารมณ์ เมื่อนั้นความรู้สึกตัวทั่วพร้อมจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ (อ่านเพิ่มเติมในหนังสือวิถีแห่งความรู้แจ้ง ข้อ 6.2)
 

หัวข้อถัดไปผมจะนำ บทที่กล่าวถึง   "จิตที่รู้สึกตัวทั่วพร้อม"  มานำเสนอ

และถัดจากนั้นจะเป็น บทที่กล่าวถึง    "แบบฝึกหัดให้จิตเกิดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม"

 

edit @ 28 Nov 2007 11:49:53 by Nirvana

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณค่ะ

#1 By นานา (222.123.236.19) on 2007-11-28 13:34

ขอบคุณค่ะ Thank you Kabig smile

#2 By สาวโรงงาน on 2007-11-28 13:38

แวะมาอ่านถึงการสร้างความรู้สึกตัว
ผมว่ามันคล้ายๆการเดินจงกรมนะ ^^!~

ปล.สนใจที่ชวนครับ ขอรายละเอียด ทั้งสถานที่ และเวลาด้วยครับ ^^!~

#3 By ~Trigger~ on 2007-11-28 14:06

เพิ่งกลับมาจากมหาลัยค่ะ ก็พอดี ไปแอบฟังฝรั่งสองคนที่นั่งด้านหลังคุยกันอย่างใจจดใจจ่อ จนลืมตัวเอง แล้ว เพิ่งมานึกได้ตอนอ่านบทความ -_-"


ปล. ขอบคุณสำหรับบทความทางธรรมนะคะ

#4 By knights of gemini on 2007-11-28 14:28

ง่ะ มากวนในบลอกนี้น่ะค่ะ

แล้วที่อ่านอยู่กับสิ่งที่เขียนโดยที่ได้ยินเสียงรอบด้วย ผ่าน ๆ ๆ ไป ไม่ได้สนใจ จิตเราอยู่ตรงไหนอ่ะ ตรงตัวหนังสือความหมายที่สร้างขึ้น หรือการรับรู้ว่ากำลังอ่านหนังสืออยู่ หรือที่ลมหายใจ เอิ๊ก

แล้วเวลาทำงานไป ฟังเพลงไป แต่ไม่รู้ว่าเพลงอะไร ฟังก็คือแค่ผ่าน งานก็คือทำงาน แบบนี้จิตมันอยู่ไหนอ่ะ จิตวิ่งไปวิ่งมา เกิดดับเกิดดับ ทำไมมันรวดเร็วปานนั้น

ช่วยตอบทีค่ะ มันกังขาค่ะ sad smile

#5 By tungmay on 2007-11-30 09:39

ดีจังค่ะ จะพยายามรู้สึกตัวบ่อยๆ ค่ะ

ปล.แต่ว่าสงสัยค่ะว่ามันจะเกิดขึ้นเองหรือว่าเราทำให้เกิดคะ ความรู้สึกตัวเนี่ย ชักงง embarrassed big smile

#6 By kaew on 2007-11-30 16:12

ตอบคำถามคุณตังเมนะครับ

คำถาม
แล้วที่อ่านอยู่กับสิ่งที่เขียนโดยที่ได้ยินเสียงรอบด้วย ผ่าน ๆ ๆ ไป ไม่ได้สนใจ จิตเราอยู่ตรงไหนอ่ะ ตรงตัวหนังสือความหมายที่สร้างขึ้น หรือการรับรู้ว่ากำลังอ่านหนังสืออยู่ หรือที่ลมหายใจ

คำตอบ
ขณะที่อ่านหนังสืออยู่ จิตเราจะปรุงแต่งไปตามเรื่องที่อ่าน อาจเกิดอารมณ์คล้อยตาม หรือพยายามเพ่งเพื่อทำความเข้าใจ มันจะเหมือนเรารู้ตัว แต่ที่จริงเรากำลังหลงอารมณ์ที่จิตไปยึดอยู่ขณะนั้น บางคนอาจจะแย้งว่าการทำงานนั้นเขาทำด้วยความมีสมาธิต่างหาก ผมไม่เถียงครับ แต่ว่ามันเป็นการทำงานทางโลก เป็นการส่งจิตออกนอก เมื่อส่งจิตออกนอกเราก็จะไม่รู้กาย ไม่รู้ใจ ไม่เห็นการเกิดดับของอารมณ์ ตามไม่ทันกิเลศที่คอยมาหลอกให้คิดให้ปรุงแต่ง แต่ในที่นี้เรายกเรื่องมาเพื่อการศึกษาจิตเพื่อทำความหลุดพ้นให้เกิดในจิตใจ แต่ไม่ได้ให้ดูจิตตลอดเวลาเพราะเรายังต้องทำงาน แต่เราก็สามารถสะสมสติการระลึก กาย-ใจ เอาไว้ สะสมมากๆเข้าก็จะเป็นประโยชน์ในการก้าวพ้นทุกข์ ธรรมชาติของจิตเป็นสิ่งที่เก่งในการเรียนรู้ พอเขาเห็นว่าสิ่งที่เราปรุงแต่งที่จริงมันมีเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป เห็นเรื่อยๆ เห็นจนเข้าใจตามความเป็นจริงของธรรมชาติ เขาก็จะปล่อยวางเอง

คำถาม
แล้วเวลาทำงานไป ฟังเพลงไป แต่ไม่รู้ว่าเพลงอะไร ฟังก็คือแค่ผ่าน งานก็คือทำงาน แบบนี้จิตมันอยู่ไหนอ่ะ จิตวิ่งไปวิ่งมา เกิดดับเกิดดับ ทำไมมันรวดเร็วปานนั้น

คำตอบ
เวลาเราทำงานจิตก็จะปรุงแต่งหรือจดจ่ออยู่กับงานที่เราทำ แต่ถ้าสังเกตุดีๆ เราจะเห็นว่าในเวลาที่เราทำงานบางอย่าง จะมีบางแวปที่เราเผลอไปคิดเรื่องอื่นหรือเผลอเหม่อลอย ซึ่ง การที่จิตเกิดดับจับอารมณ์นั้นอารมณ์นี้ ทำให้เหมือนจิตวิ่งไปวิ่งมา ความเร็วของจิตเร็วมากจนเราตามไม่ทัน และจิตจะรับอารมณ์ได้เพียงครั้งละอย่างเท่านั้น ดังนั้นถ้าเราทำงาน จิตปรุงแต่งเรื่องของงานอยู่ มันจะไม่ปรุงแต่งเรื่องของเสียงอื่นที่ได้ยิน แต่บางคนอาจจะบอกว่า แล้วที่เราทำงานไปด้วยร้องเพลงไปด้วย กินไปด้วย ทำไมทำได้ ก็เนื่องจากจิตมันทำงานเร็ว มันก็เหมือนคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ ทำงานตามคำสั่งทีละบรรทัด
ทำคำสั่งนี้เสร็จแล้วค่อยทำคำสั่งถัดไป แต่ด้วยความเร็วที่เร็วมากจนเราคิดว่ามันทำพร้อมกัน

คำตอบทั้งหมดเป็นความคิดเห็นของผมเองนะครับ อาจจะถูกหรือผิดไปก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากผิดก็เกิดจากผมเองที่ได้ศึกษาและปฏิบัติน้อย หากถูกก็ขอยกความดีให้กับครูอาจารย์ที่สั่งสอนมา

big smile big smile big smile

#7 By Nirvana on 2007-12-01 13:36

ตอบคำถามของคุณ หนอนน้อยนะครับ

คำถาม
แต่ว่าสงสัยค่ะว่ามันจะเกิดขึ้นเองหรือว่าเราทำให้เกิดคะ ความรู้สึกตัวเนี่ย ชักงง

คำตอบ
ความรู้สึกตัวต้องเกิดขึ้นเองครับ เราจะไปบังคับไห้มันเกิดไม่ได้ เพียงแต่เราอาจจะต้องบังคับ(พยายามทำความร้สึกตัว)ในช่วงแรกๆที่ฝึกเพื่อให้จิตจดจำอารมณ์นั้นๆที่เกิดขึ้นมาไห้ได้เสียก่อน เช่น อารมณ์โกรธ พอจิตจำอารมณ์ได้แม่น เมื่อเราโกรธมันจะทำงานของมันเอง เมื่อเราโกรธปุ๊บเราจะรู้สึกตัวทันที เพราะสติจะคอยตามรู้อารมณ์(ไม่ใช่เพ่งจ้องรอว่าจะโกรธเมื่อไหร่นะครับ) ฝึกไปเรื่อยๆครับ สิ่งที่เป็นอารมณ์ที่เกิดบ่อยคือความหลง เป็นอารมณ์ที่เกิดเกือบทั้งวัน ฝึกดูความเผลอให้คล่องแล้วอย่างอื่นก็สบายครับ

big smile big smile big smile

#8 By Nirvana on 2007-12-01 13:47

อืม พอเข้าใจแล้วค่ะ 555 งงอยู่ตั้งนาน

#9 By tungmay on 2007-12-01 14:18

อืม..พี่ค่ะ หนังสือของท่านปราโมทย์ นี้ให้ประโยชน์แก่นักเดินทางฯอย่างพวกเรามากเลยนะค่ะ ตอนแรกที่พลอยจ๋าเพิ่งปฎิบัติใหม่ๆ ยอมรับเลยค่ะว่าปฎิบัติได้เพียงภายนอก คือบังคับกายให้นิ่งให้สงบได้ แต่ไม่สามารถบังคับจิตให้สงบให้นิ่งได้ หรือบังคับได้ก็เพียงครู่เดียวก็จิตหลุด ต้องเอาสติไปไล่จับจิต เหนื่อยเอาการเชียวค่ะ ยังแอบนึกเอะ..จิตเรานี้ท่าทางจะไม่ใช่แค่ลิงธรรมดา แตคงต้องเป็น ลิงลม หรือ ลิงกรดแน่ๆ เพราะช่างวิ่งวุ่นให้เจ้าของเหนื่อยได้ซะจริงๆ

แต่พอได้พบครูบาอาจารย์ท่ามีเมตตาสอนให้ปฎิบัติภายใน ให้คุมจิต ฝึกจิต รู้ว่าจิตกำลังปรุงแต่งตามรูป รส กลิ่น เสียงที่มันกำลังสัมผัส แล้วประมวลผลเป็นชอบ ไม่ชอบ เหม็น หอม ร้อน เย็น นั้นได้.. รู้สึกสงบและพบทางสว่างค่ะ จากนั้นจนวันนี้พลอยจ๋าก็รู้ว่าเหม็นหรือหอมมันไม่มี มันมีแค่"กลิ่นเท่านั้น" เหม็น หรือ หอม มันเกิดจากจิตเราปรุงแต่งเอา พอขบปัญหาข้อนี้แตก ก็คิดตกและมีประสิทธิภาพในการปฎิบัติธรรมขึ้นอีกมากเชียวค่ะ..

ขอบคุณพี่มากนะค่ะที่ช่วยคัดสรรสิ่งดีๆมาฝากเพื่อนๆนักเดินทางอย่างพวกเรากันทุกคน พลอยจ๋าขอร่วมอนุโมทนาบุญนี้กับพี่ด้วยนะค่ะ..

surprised smile surprised smile surprised smile

#10 By พี่พลอยจ๋า on 2007-12-02 15:00

ต้องขอขอบคุณทุกท่านนะครับที่ได้เข้ามาแวะทักทายที่บ้านหลังนี้
ไม่ว่าจะเป็นน้องจูน น้องสาวทางธรรม ไม่รู้ว่าช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง ดูความเผลอเก่งหรือยัง
คุณนานา คุณTrigger คุณตังเม
คุณหนอนน้อย
โดยเฉพาะคุณพลอย(เป็นนักปฏิบัติที่เก่งมาก)ยิ่งที่ Blog ของคุณพลอยแล้วยิ่งน่าไปเยี่ยม มีทั้งธรรมะ และสาระความรู้อีกมากมาย ก็ต้องขออนุโมทนากับคุณพลอด้วยเหมือนกัน
และอีกหลายๆท่านที่ไม่ได้เอ่ยนามก็อย่าเพิ่งงอนนะครับ

big smile big smile big smile

#11 By Nirvana on 2007-12-03 15:39