Custom Search

   วิมุตติ 

 

คัดลอกมาจาก  http://www.wimutti.net/

 

การทำสติปัฏฐานมี 2 ขั้นตอน

การทำสติปัฏฐานมี 2 ขั้นตอน ขั้นเพื่อให้เกิดสติ กับขั้นเพื่อให้เกิดปัญญา
 
ขั้นจะให้เกิดสติ พอมีสติแล้วเราจะรู้ตัวขึ้นมา (บางคนใช้คำว่ารู้สึกตัว รู้สึกตัวคือจิตมันมีสติ มี
สัมมาสมาธิขึ้นมา)
บางทีเถียงกันนะ ต้องรู้สึกตัวก่อนถึงจะดูจิต หรือว่าดูจิตก่อนแล้วรู้สึกตัว
ความจริงก็คือว่าให้รู้กาย ให้รู้ใจไป จนจิตจำสภาวะได้แม่นแล้วก็มีสติรู้สึกตัวขึ้นมาได้เอง
บางคนบอกดูจิตก่อน แล้วรู้สึกตัว ก็ถูกเหมือนกันแต่ว่ามันไม่ใช่การดูจิตแท้ๆ หรอก เป็นเบื้องต้น
เท่านั้นเอง เป็นการฝึกหัดรู้สภาวะ แล้วก็ไม่ใช่ดูแต่จิต ดูกายด้วย บางคนต้องดูกาย บางคนต้องดู
เวทนา บางคนก็ดูจิต

เบื้องต้นเอาอันเดียวก่อนเป็นหลักไว้ก่อน อันอื่นเป็นของแถม ไม่ใช่รู้อันเดียวนะ
นักปฏิบัติไม่ใช่รู้กายอย่างเดียว ไม่ใช่รู้เวทนาอย่างเดียว ไม่ใช่รู้จิตอย่างเดียว อย่าสำคัญผิดไปนะ
เพียงแต่มีอันนึงเป็นวิหารธรรมไว้
ถ้าหากต้องรู้เพียงอันเดียว (ต้องรู้กายอย่างเดียว รู้จิตอย่างเดียว) โดยไม่ให้ไปรับรู้อย่างอื่น อย่าง
นั้นก็ไม่ใช่วิหารธรรมแล้ว แต่เป็นคุก เป็นตารางขังจิตไม่ให้ไปที่อื่น เพราะฉะนั้น

  • คนไหนถนัดรู้กายก็รู้กายเนืองๆ บางทีจิตก็หลงไปคิดเรื่องอื่น บางทีก็เข้าไปรู้จิต
  • คนไหนถนัดรู้เวทนา ก็รู้เวทนาเนืองๆ บางทีก็รู้กาย บางทีก็รู้จิต บางทีก็หลงไปคิดเรื่องอื่น
  • คนไหนถนัดดูจิตก็ดูจิตไป ที่เป็นกุศลเป็นอกุศล บางทีก็รู้กาย บางทีก็รู้เวทนา บางทีก็ไปรู้เรื่องอื่นหลงไป

เพียงแต่มีอันใดอันหนึ่งนั้นแหละเป็นฐาน เป็นบ้าน ไว้ดูบ่อยๆ ถนัดรู้กายก็รู้กาย ถนัดรู้เวทนาก็รู้
เวทนา ถนัดรู้จิตก็รู้จิตไป เรียนกับหลวงพ่อไม่ใช่ดูจิตนะ สิ่งที่หลวงพ่อถ่ายทอดให้มันคือหลักการ
ปฏิบัติกว้างๆ ใครถนัดแนวไหนก็เดินแนวนั้นไม่ได้ผิดอะไร

ต้องถูกหลัก พอรู้กายบ้าง รู้จิตบ้าง ถูกต้องแล้วสติจะเกิดเอง ค่อยรู้สึกตัวขึ้นมา
บางคนเลยบอกว่าดูจิตแล้วรู้สึกตัวก็ได้ ไม่ดูจิตแล้วรู้สึกตัวก็ได้ ไปดูกาย ดูกายแล้วรู้สึกตัวก็ได้
ความรู้สึกตัวที่เกิดขึ้นจากการดูกาย ความรู้สึกตัวที่เกิดจากการดูจิต เหมือนกันเปี๊ยบเลย
พอรู้สึกแล้วบังคับไม่ได้ เดี๋ยวสติก็รู้กาย เดี๋ยวสติก็รู้จิต แต่จะรู้ด้วยความรู้สึกตัว
จิตจะตั้งมั่นขึ้นมา มีสัมมาสมาธิขึ้นมา ไม่หลงไม่เผลอไป ไม่เพ่งไม่เผลอ จิตจะรู้สึกตัว ตั้งมั่นที่จะรู้สึกตัว
คำว่ารู้สึกตัว คือไม่เผลอ ไม่เพ่งนั่นเอง มีสติ แล้วก็ไม่ไปเผลอไป ไม่ไปเพ่งไว้ ปัญญามันก็เกิด
 
คอยมีสติรู้กายรู้ใจไปเรื่อยๆ ด้วยจิตที่ตั้งมั่น อย่างนี้เรียกว่าการเจริญสติปัฎฐานเพื่อให้เกิดปัญญา
หัดตามรู้กาย หัดตามรู้ใจเรื่อยๆ จนจิตจำสภาวะได้ นี่เป็นการทำสติปัฎฐานให้เกิดสติ
มีสติรู้กายรู้ใจด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นกลางทำให้เกิดปัญญา
มีปัญญาแก่รอบก็เกิดวิมุติ จิตก็จะปล่อยวางความถือมั่น
เพราะฉะนั้นบางคนบอกรู้สึกตัวแล้วถึงจะดูจิตได้ก็ถูกเหมือนกัน เป็นธรรมะที่มองคนละระดับกัน

edit @ 20 Nov 2007 11:07:48 by Nirvana

edit @ 20 Nov 2007 11:10:41 by Nirvana

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เข้ามารับเอาคำสอนค่ะ

ปล. หนูอาจจะต้องกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งก็ได้ค่ะ รู้สึกว่ารู้สึกตัวน้อยลง น้อยลงทุกที

#1 By knights of gemini on 2007-11-20 13:17

big smile big smile big smile


ไม่ต้องด่วน และ อย่าช้า
ทำไปเรื่อยๆ ด้วยความขยัน
แต่อย่าบังคับตัวเองมาก
เพราะจะเบื่อและเลิกทำไปในที่สุด
จะให้ดีที่สุดต้องหัดดูความเผลอให้คล่อง
แล้วค่อยดูอย่างอื่น
อย่าอยากควบคุมอารมณ์
เพราะการเข้าไปแทรกแซงอารมณ์ก็เป็นวิธีที่ผิด
ต้องตามรู้ดูตามความเป็นจริง
ตามรู้ดูในปัจจุบัน
อย่าเฝ้าดู ให้ตามรู้ ตามดู
เพราะการเฝ้าดู ก็เป็นการบังคับ ทำให้อึดอัด

สุดท้ายนี้
ขอให้น้องจูนเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะครับ


big smile big smile big smile

#2 By Nirvana on 2007-11-20 13:27

_/\_ โหเหมือนเข้ามานั่งปฎิบัติธรรมเลยค่ะ จะบอกว่ามีกัลยาณมิตรอยู่คนหนึ่ง
จริง ๆ กัลยาณมิตรมีหลายคนแต่มีคนนี้เท่านั้นที่ส่งเมลมาก็เป็นเรื่องธรรม
ไปทำบุญมาจะโทรมาหาแล้วบอกว่าเอาบุญมาฝาก เป็นแบบนี้มาเป้น 10 กว่าปีแล้ว

ปกติเมื่อก่อนไปนั่งสมาธิด้วยกันบ่อย ๆ เพราะเป็นคนใจร้อนมาก
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปนานมาก แพลนตั้งแต่ปีที่แล้วว่าจะไปวัดหลวงพ่อจรรัญ
ปีหน้าต้องไปให้ได้ จะขอแอดบล๊อคด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

** ปล ** ปลายโรงงานนี้คือทำงานแถวปลาย ๆ โรงงานปะbig smile big smile big smile

#3 By สาวโรงงาน on 2007-11-20 15:38

เรื่องดูจิต อ่านมาหลายสถาบันแล้ว
พอลองปฏิบัติจริงก็มีอะไรคล้ายๆกัน เพียงแต่อธิบายให้เข้าใจกันคนละแบบ

ฝึกอยู่เช่นเคยครับ แต่ส่วนใหญ่จะลืมอยู่เป็นนิจ

ก็แวะมาเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านดีๆนะครับ
แว่บมาอ่านตลอดเลยล่ะ ^^!~

#4 By ~Trigger~ on 2007-11-20 22:30

ขอบคุณ คุณ สาวโรงงาน และ คุณ Trigger ที่ได้มาเยี่ยมเยียนบ้านแห่งนี้

สำหรับเรื่องการปฎิบัติ ไม่ว่าสายใหน สถาบันใด อาจจะเริ่มต้นไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วก็มีจุดหมายเดียวกัน เหมือนที่คุณ Trigger บอกไว้นั่นแหละครับ

แล้วแต่จริตของแต่ละคน ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุด ไม่มีวิธีไหนที่ถูกที่สุด มีแต่วิธีที่เหมาะกับแต่ละคนเท่านั้นเอง


big smile big smile big smile

#5 By Nirvana on 2007-11-21 08:22

ห้วงสิ้นปีพลอยจ๋ามีกำหนดกลับประเทศไทยค่ะ แต่ยังระบุวันกลับไม่ได้แน่นอน เดิมจองตั๋วฯไว้วันที่ 18 ธค. แต่เพราะมีงานชมรมคนรักการบินฯวันที่ 1 ธค. จึงจำเป็นต้องเลื่อนตั๋วฯให้เดินทางเร็วขึ้น แต่ทางแอร์ไลน์ยังไม่คอนเฟริม แพลนไว้คราวๆ จะไปปฎิบัติธรรม 10 วันที่วัดถ้ำสุมะโน จ.พัทลุง และจะอยู่ทำภาระกิจเล็กๆน้อยๆ ก่อนกลับมาเรียนต่อคะ

เรื่องวิธีปฎิบัตินั้นพลอยจ๋าเห็นด้วยกับพี่และคุณtrigger คะ เปรียบให้ง่ายขึ้นก็คือ ถ้าจุดหมายเราคือ เชียงใหม่ ไม่ว่าเราจะนั่งเครื่องบิน รถยนต์ รถเมล์ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน หรือกระทั้งเดินไปก็ตาม เพียงแค่เราเริ่มออกเดินทางก็ได้ชื่อว่า "เป็นนักเดินทางแล้ว" จะต่างกันเพียงวิธีการโดยสารมา แต่จะแปลกอะไรล่ะคะในเมื่อจุดหมายที่จะไปถึงก็ยังคงเป็นเชียงใหม่เหมือนกัน..double wink

ร่วมเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนผู้มีจิตตั้งมั่นในการปฎิบัติธรรมค่ะ (รวมทั้งเป็นกำลังใจตัวพลอยจ๋าเองเช่นกันนะค่ะ..cry

surprised smile surprised smile surprised smile

#6 By พี่พลอยจ๋า on 2007-11-21 09:23

เนื่องจากไม่มีฐานเป็นบ้านเพราะไม่เคยฝึกมาก่อนเลยไม่รู้ว่าจะยึดอะไรดีsad smile ยิ่งช่วงนี้รู้สึกว่าทางโลกมันแรงสู้กับกิเลสคือความอยากที่เกิดขึ้นในใจไม่ไหวและมักหลงตามมันไปเกือบทุกครั้ง พอนึกได้อีกที อ้าวหลงตามมันไปเสียแล้วangry smile

#7 By kaew on 2007-11-21 10:57

สวัสดีค่ะ big smile

จะพยายามทำให้ได้เหมือนกันค่ะ ระยะที่ผ่านมาเป็นช่วงที่อารมณ์ถูกรบกวนอย่างมากจากเพื่อนร่วมงาน มีพี่ที่ทำงานเขาให้ทำสมาธิเหมือนกันค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้ทำเสียที
big smile

#8 By ~ N ~ on 2007-11-23 20:22

เข้ามาบ้านนี้เหมือนได้เข้าห้องธรรมมะเรยคะ
ดีจังเรยกาย+จิตใจ
big smile




ผมขอก๊อบรูป พ่อหลวง ที่หนัวข้อข้างล่างนะครับ
อันนี้ยังไม่มาเม้นท์เหรอคะเนี่ย ว๊า ทำไมมาช้าจัง sad smile

#11 By tungmay on 2007-11-27 17:40

เย้ยย ยังเม้นท์ไม่เสร็จซักหน่อย
ปล. ตอนนี้ก็เร่งอ่านหนังสือเรื่องเรียนอยู่ค่ะ

ถามหน่อยสิคะ มีเพื่อนที่เค้าก็ค่อนข้างเข้าวัดเข้ามา ทำไมเค้าจะต้องมาสไตล์เดียวกันด้วยค่ะ แบบพูดช้า ๆ น่ะ sad smile

#12 By tungmay on 2007-11-27 17:43