Custom Search


        

 

         ห่างหายจากการ Up Blog ไปหลายวัน มาวันนี้ขอนำบางส่วนในกระทู้ของลานธรรมที่เห็นว่าเป็นประโยชน์กับการดูจิต มาลงเอาไว้ เพราะหลายๆท่านที่ฝึกสติปัฎฐานสี่(กาย เวทนา จิต ธรรม) ในหมวดของ จิต  จะพบกับปัญหาที่ว่า เราทำมาถูกทางแล้วหรือยัง   ก็เอาไว้อ่านเพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตของเราก็แล้วกันครับ 

คัดลอกมาเฉพาะคำถาม และคำตอบของบางท่านเท่านั้นนะครับถ้าอยากอ่านทั้งหมด ต้องเข้าไปอ่านที่ลานธรรม

http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/000382.htm

 

 

 ............................................................................................

 

จะรู้ได้อย่างไรว่า เรา ดูจิต ถูกต้องแล้ว

 

เนื้อความ :

ผมพยายามศึกษาและปฏิบัติวิธี ดูจิต ในลานธรรมมาเกือบเดือนแล้ว รู้สึกว่ามันยังติดขัดอย่างไรอยู่ โดยสรุปแล้วคิดว่ายังดูไม่ถูกต้อง จึงขอถามปัญหาว่าจะรู้ได้อย่างไรว่า

ดูจิตถูกแล้ว และต้องตั้งใจดูหรือไม่
      พอตั้งใจ ก็เหมือนไปทำให้จิตหยุดกิจกรรมของจิตที่กำลังดำเนินอยู่
      พอไม่ตั้งใจ ก็เผลอลืมไป กว่าจะรู้ตัวบางทีเป็นวัน
 
 จากคุณ : อนัตตา [ 2 ก.ย. 2542 / 17:35:12 น. ]
 

...................................................................................................................


ความคิดเห็นที่ 1 : (ดังตฤณ)


ฐานของแต่ละคนแตกต่างกันครับ
และเพราะความแตกต่างนั้น
ทำให้เราต้องสำรวจตัวเอง
ว่ามีความพร้อมทางจิตใจที่จะรู้ ที่จะดูแค่ไหน

ถ้ามีความตั้งใจดูบ่อยๆ
นั่นถือว่าใช่

ถ้าตั้งใจดูแล้วรู้สึกตัวโดยไม่ฝืน
เห็นเข้ามาในกาย เห็นเข้ามาในสภาพจิตว่าคิดหรือไม่คิด
เป็นกุศลหรืออกุศล มีความสุขหรือทุกข์
นั่นก็ถือว่าใช่

ถ้าเห็นหน้าตาของอารมณ์ที่จับชัด
เห็นความไหลไป ไม่สม่ำเสมอ คุมไม่ได้
เกิดความปล่อยวางเพราะเห็นว่านั่นไม่ใช่เรา
นั่นก็ถือว่าใช่อีก

ทำไปเรื่อยๆจนจิตแกว่งน้อยลง น้อยลง
รู้สึกว่าอุปาทานบางลง ราคะ โทสะ โมหะที่จะเล่นงานเราให้ทำอะไรผิดๆน้อยลง
นั่นแหละเป้าหมายของการดูจิตครับ
 
 จากคุณ : ดังตฤณ [ 2 ก.ย. 2542 / 17:53:59 น. ]
 


..................................................................................................................

 

ความคิดเห็นที่ 10 : (Lostboy)


จะรู้ได้อย่างไรว่า เรา ดูจิต ถูกต้องแล้ว ?

keyword ของการดูจิตที่ถูกต้องนั้น มีอยู่ 4 คำ คือ

ตั้งมั่น นุ่มนวล ว่องไว เป็นกลาง

หากอยากรู้ว่า ที่ผ่านมา เราดูจิตได้ถูกต้องดีแล้วรึยัง
ลองถามตัวเองดังนี้ครับ

1.เราดูจิตอย่างมีความตั้งมั่นหรือไม่ สามารถดูจิตติดต่อกันได้นานๆรึเปล่า หรือว่าพอมีอะไรมากระทบหน่อยก็เตลิดไปเผลอไป
แต่ถ้าเผลอไป แล้วเรียกสติดึงกลับบ่อยๆ
ไม่ปล่อยให้เผลอไปตลอดทั้งวัน ก็ยังถือว่าใช้ได้
เพราะเริ่มแรก คงไม่มีใครดูจิตได้ตลอดทั้งวัน
ก็ต้องมีเผลอไปบ้าง แต่ให้ตั้งใจไว้ล่วงหน้า
ว่าถ้าเผลอไปจะดึงจิตกลับมารู้ตัว
และจะรู้ตัวทุกครั้งที่นึกขึ้นมาได้
ทำจนเป็นนิสัย มันก็จะนึกขึ้นมาได้เอง เมื่อเผลอไป

นอกจากนี้ความตั้งมั่นยังรวมถึง การมีตบะ อดทนต่อกิเลสต่างๆ
ที่เกิดขึ้นมารบกวนการดูจิต เช่นความขี้เกียจ ฟุ้งซ่าน หรือนิสัยเดิม ความเคยชินเดิมที่ไม่ดีต่างๆ

สมถะ เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความตั้งมั่นในการดูจิตได้

2. เราดูจิต รู้ตัวอยู่อย่างนุ่มนวลรึเปล่า หรือเราเพ่งจ้องใส่จิต
เพ่งจ้องใส่อารมณ์ที่รับรู้ ซึ่งจะทำให้เกิดความอึดอัด หรือเกิดก้อนกลางอกขึ้นมา
เรากำลังบังคับกิเลส บังคับความคิดรึเปล่า
ดูจิตแล้วเรารู้สึกฝืน เครียด หรือทรมานรึเปล่า
ถ้าใช่ ก็แสดงว่าเรากำลังเพ่งจ้อง ไม่ได้รู้ตัวอยู่อย่างนุ่มนวลสบายๆ

3. เราดูจิตด้วยความว่องไว ทันกิเลสที่เกิดขึ้นรึเปล่า
กิเลสเกิดขึ้นเร็วมาก บางทีกำลังดูอย่างหนึ่งอยู่
พอตามดูมันได้ ความยินดีเกิดขึ้น กลับดูความยินดีนั้นไม่ทันซะแล้ว หลงไปกับความยินดีเข้าเต็มๆ
หรือดูจิตอยู่ แล้วเกิดก้อนอะไรขึ้นมา หรือเกิดสภาวะอะไรซักอย่าง
ที่ทำให้เราเกิดความสงสัย ก็ต้องดูความสงสัยนั้นให้ทัน

สิ่งที่เรากำลังดูนั้นคืออะไร ไม่สำคัญเท่า จิตเราเป็นอย่างไรในตอนนั้น

ต้องดูให้ทันด้วยว่าจิตเรา ดึงมันเข้า หรือผลักมันออก
มีราคะ หรือ โทสะ หรือมีโมหะ
เช่น ความสงสัย ความง่วงเซื่องซึม ความฟุ้งซ่าน ความเผลอ

เนื่องจากสิ่งที่ถูกรู้ต่างๆ เกิดขึ้นเร็วมาก จนบางทีเราตามดูไม่ทัน
การฝึกสมถะ จะช่วยได้ตรงจุดนี้
เพราะการฝึกสมถะ เป็นการจดจ่ออยู่กับอารมณ์เดียว ไม่วอกแวก
จิตจึงเห็นสิ่งนั้นได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
อีกทั้งคุณภาพจิตขณะมีสมาธิ
กับในชีวิตประจำวันปกติ ก็ผิดกันลิบลับ

4.ถามตัวเองว่า เราเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้าย กับอารมณ์ที่กำลังดูอยู่รึเปล่า
ข้อนี้สำคัญที่สุด บางทีเรารู้อารมณ์ แต่เป็นกลางกับมันไม่ได้
ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ ตามดูมันไปเรื่อยๆ แล้วจะเห็นว่า
สิ่งนั้นมันเปลี่ยนระดับอยู่ตลอด ไม่คงที่
ตามดูมันไป แล้วมันจะแสดงความเป็นไตรลักษณ์ออกมา
หากเห็นความเป็นไตรลักษณ์ ก็จะได้ประโยชน์มหาศาล
จิตจะเป็นกลางได้เอง คลายความยึดมั่นถือมั่นลงเรื่อยๆ
ได้อย่างนี้จึงเรียกได้ว่า วิปัสสนาแท้ๆ
หากเห็น อนิจจสัญญา อนัตตสัญญาอยู่บ่อยๆ
ก็ถือว่า เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ
 
 จากคุณ : Lostboy [ 4 ก.ย. 2542 / 15:36:23 น. ]
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยาวน่ะค่ะ เหอ ๆ ยังไม่เข้าใจ เหอ ๆ sad smile

สงสัยค่ะ มกา ๆ ด้วย ให้เจ้าของบลอกตอบนะคะ

1. ดูจิตนี่นั่งสมาธิรึเปล่าคะ?

2. ความคิดกับจิตใช่อย่างเดียวกันรึเปล่า?

3. เวลานั่งสมาธินี่ ความคิด/จิต/ใจ น่ะ่ค่ะ เป็นยังไงคะ?

4. เห็นอะไรกัน? เห็นจิต เห็นยังไง งง ๆ ๆ มาก ๆ ค่ะ

ยากนะคะเนี่ย sad smile

5. เสียงที่ได้ยิน ลมที่พัดมา และเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทั้งมาสัมผัสหรืออาจจะนึกคิดระหว่างนั่งสมาธินี่ เราต้องทำยังไงกับมันล่ะน๊า ถึงจะเรียกได้ว่าเกิดจิตว่าง งง ๆ อีกเหมือนกัน

มีงงอีกมากมายค่ะ sad smile

#1 By tungmay on 2007-10-31 13:09

ฝึกดูจิตอยู่เหมือนกันครับ แต่รู้สึกว่าจะทำได้ไม่บ่อยนัก
ลืมเป็นประจำ ก็ต้องคอยเตือนตัวเองเป็นระยะๆ ^^!~

#2 By ~Trigger~ on 2007-10-31 14:04

ตอบคำถามของคุณตังเม ครับผม

1. ดูจิตเป็นการฝึกสติ ตามแนวสติปัฏฐานสี่ครับ ส่วนนั่งสมาธิจะเป็นการฝึกสมาธิตามแนวสมถะ
เอาเป็นว่าไม่ต้องงง นะครับ อธิบายอย่างย่อๆ สมถะคือการฝึกแล้วจิตสงบนิ่งเป็นสมาธิ ส่วนสติฝึกแล้วจะเห็นความเป็นจริงตามธรรมชาติใช้สติดูแล้วเกิดปัญญาเห็นการเกิดดับ จนเข้าใจธรรมชาติ เราเรียกว่าวิปัสนา
2. ให้อ่านตาม Entry นี้นะครับ เรื่อง มาฝึกดูจิตกันเถอะ (ดูจิต:ดูอะไร) (อ่านช้าๆนะครับไม่เข้าใจตรงไหน EMS มาได้ 24 ชม.) http://anucsf.exteen.com/20070819/entry-3
3. เวลานั่งสมาธิ แต่ละคนจะมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ถ้าทำสมาธิได้ ก็เกิดความสงบ แต่ส่วนมากจะฟุ้งซ่าน ง่วงนอนหรือ ปวดขา มากกว่า ถ้าอยากได้จริงต้องทำจริง และ ใช้ความอดทนสูง
4. เห็นอะไร เห็นอารมณ์ของจิต เห็นอาการของจิต และเห็นจิต เช่น ขณะกำลังโกรธก็มีสติดูว่าเรากำลังโกรธ ดูเฉยๆนะครับ อย่าไปพยายามข่มอารมณ์ให้หายโกรธ หรืออย่าไปใส่ความคิดเพิ่มอารมณ์โกรธ เราก็จะเห็นอาการของจิต และ อารมณ์ของจิต เป็นต้น
5. ถ้าต้องการให้จิตว่างจากนิวรณ์ ก็ต้องทำสมาธิ จิตจะเป็นสมาธิ แต่ถ้าดูจิต ไม่ต้องให้จิตว่าง แต่เราคอยเห็นอาการของจิต เท่าที่ระลึกได้ (เท่าที่สติเกิด)

เอาเท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวงงกว่าเดิม (เพราะคนตอบสติปัญญายังน้อยอยู่)sad smile

big smile big smile big smile

#3 By Nirvana on 2007-10-31 14:11

โอ้ ยิ่งงง จริง ๆ ค่ะ sad smile หนังสือไม่ต้องค่ะ เต็มบ้านค่ะ

แล้วก็ดูจิต นี่คงต้องทำแบบฝึกหัดแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าของตัวเองนี่นิ่งค่ะ เพียงแต่

เรื่องสำคัญ "ปัญญา" ยังไม่เกิดค่ะ ...

งงต่อไป

#4 By tungmay on 2007-10-31 14:57