นักพากษ์นักดูจิต
posted on 18 Sep 2007 11:40 by anucsf

สำหรับการดูจิตบางทีเราก็ทำตัวเป็นนักพากษ์หนัง ทำไมถึงว่าอย่างนั้น....
โดยส่วนตัวผมก็เป็นอย่างนั้นนะครับ เช่น พอรู้ตัวว่ากำลังโกรธ
ก็บอกตัวเองว่า โกรธแล้วนะ พอดีใจก็บอกว่าดีใจ คล้ายๆกับนักพากษ์หนัง
ที่คอยบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตในขณะนั้น ทำให้คิดว่าเราทำอย่างนี้ถูกหรือผิด
แต่มันห้ามไม่ได้มันเป็นมันเอง
พอดีมาอ่านเจอคำตอบของ คุณสันตินันท์(ตอนนี้ท่านคือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช) ที่มีผู้รวบรวมเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าใครถาม และไม่รู้ว่าถามว่ายังไง รู้แค่ว่า ตอบอย่างที่เรากำลังสงสัยแค่นั้นเอง
ผมมั่นใจว่าหลายๆคนที่กำลังฝึกดูจิตอยู่ต้องเป็นอย่างนี้แน่เลยเอามาเก็บไว้อ่านเองและเผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ น้องๆบ้างไม่มากก็น้อย
เช่นเคยครับ ความดีที่พอจะมีสำหรับบทความนี้ผมก็ขอยกให้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่ท่านได้อุตส่าห์ เผยแพร่ธรรมะเรื่องการดูจิตให้เราได้ปฎิบัติตาม
...................................................................................
ความคิดเห็นที่ 28 : (สันตินันท์)
ที่จริงในเบื้องต้นที่หัดนั้น จิตมันอดพากษ์ไม่ได้หรอกครับ
แม้ไม่จงใจจะคิดจะพากษ์ มันก็อดวินิจฉัยไม่ได้ว่า
"สิ่งนี้ชื่อนี้ เมื่อรู้สิ่งนี้แล้ว ควรทำอย่างนี้ๆ"
เพียงแต่เราควรทราบไว้ว่า
ความรู้ที่เกิดจากการพากษ์และการสรุปประเด็น
ไม่ใช่จุดมุ่งหมายที่เราปฏิบัติ เพราะสิ่งที่ได้คือ "องค์ความรู้"
ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งมันจะกลายเป็นสัญญา คอยรบกวนการปฏิบัติในขั้นละเอียด
เมื่อปฏิบัติชำนิชำนาญไป เราจะเห็นเพียงสภาวะที่เกิดแล้วก็ดับ
จิตไม่สนใจพากษ์ เพราะการพากษ์นั้นก็เป็นการทำงานของจิต
เป็นภาระ เป็นทุกข์ ยืดยาวออกไปอีก
ถึงจุดที่รู้สักว่ารู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏนั้น
บางคราวเราจะเกิดความลังเลใจขึ้นมา เพราะเกรงว่าจะสรุปความรู้ไม่ได้
หรือกลัวว่าจิตจะไม่มีองค์ความรู้นั่นเอง
อันนี้เป็นธรรมชาติของปัญญาชนทั้งหลาย ผมเองบางทีก็เป็นอย่างนั้น
ที่จริงเราปฏิบัติไม่ใช่เพื่อเอาความรู้ แต่ปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ของจิต
โดย จิต มีปัญญา ไม่ไปยึดอารมณ์ที่กำลังปรากฏ
ไม่ใช่โดย เรา มีความรู้
จากคุณ : สันตินันท์ [ 16 ก.ค. 2542 / 08:04:11 น. ]
เตือนสติได้อย่างจังเลย :D
#1 By gomora on 2007-09-18 23:48