อานาปานสติในชีวิตประจำวัน
posted on 13 Sep 2007 08:32 by anucsf in Dhama
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ได้ Up Blog ก็เช่นเคยครับยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่อง สมาธิ สติ การดูจิต เอาเป็นว่าไม่ต้องเบื่อครับ เพราะถ้ามาเยี่ยมบ้านหลังนี้ก็ต้องเจอแต่เรื่องอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าของบ้านจะเป็นคนดี หรือเป็นคนธรรมะธรรมโมหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะข้าพเจ้าเป็นคนบาปหนา ปัญญาก็ทึบ แถมยังชั่วอีกต่างหาก เลยอยากหาแนวทางอะไรก็ได้ที่ทำให้เป็นคนดีของสังคมกับเขาบ้าง
......................................................................
สำหรับน้องจูน น้องสาวผู้ไปอยู่ต่างแดน พี่ก็ต้องบอกว่าดีใจมากที่น้องมาเยี่ยมบ้านของพี่อยู่บ่อยๆ ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป
สำหรับท่านอื่นที่หลงเข้ามาโดยบังเอิญ หากมีอะไรแนะนำเพิ่มเติมก็ บอกด้วยนะครับ หรือ หากมีอะไรที่ผิดพลาดจาก หลักธรรมที่แท้จริง ผมขอรับผิดในเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว หรือหากจะมีประโยชน์กับท่านบ้างก็ขอยกความดีนี้ให้ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สมาชิกลานธรรม และ เจ้าหน้าที่ทุกท่านของ Exteenblog แห่งนี้
...........................................................................
กระทู้จาก Web ลานธรรม เรื่อง อานาปานสติในชีวิตประจำวัน
เนื้อความ : (สิทธิ)
ถ้าตามรู้ลมหายใจในระหว่างที่ทำงาน ใจจะไม่จดจ่ออยู่กับงาน เพราะความรู้สึกไปอยู่ที่ลมหายใจ ว่ากำลังหายใจเข้าหรือกำลังหายใจออก ผมรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ว่าจะกลายเป็นไม่มีสมาธิในการทำงาน หรือถ้าเราตามรู้ลมหายใจในขณะเดิน สติอยู่ที่ลมหายใจ จะกลายเป็นว่า ไม่มีสติรู้ว่ากำลังเดิน ผมก็เชื่อว่าไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ
จากคุณ : สิทธิ 11 ก.ย. 50
.....................................................................................
ความคิดเห็นที่ 1 : (ปิ่น)
จิตมีปกติรู้อารมณ์ได้ทีละอย่างครับ ดังนั้นเมื่อไปรู้ลมหายใจจึงไม่สามารถมารู้เรื่องงานได้ในเวลานั้น เช่นเดียวกับเรื่องการเดินเมื่อจิตไปรู้รูป(กาย)ที่เคลื่อนอยู่ก็ไม่สามารถรู้ลมหายใจได้ขณะนั้น เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณสิทธิต้องการเจริญสมถะหรือวิปัสสนา เรื่องอาณาปานสติหรือการตามรู้ลมหายใจนั้นจากที่ได้เรียนจากครูบาอาจารย์มา การดำเนินของจิตในการดูลมหายใจจะมี 4 ลักษณะคือ
1.หายใจไปแล้วเคลิ้มๆแบบหลงไม่รู้เนื้อรู้ตัว - แบบนี้ไม่ได้แก่นสารสาระใด
2.หายใจไปแล้วจิตแนบกับลมหายใจเป็นอารมณ์เดียว - แบบนี้ได้สมถะเป็นการทำฌาณ
3.หายใจไปแล้วเห็นลมหายใจเข้าออก(รูป)เป็นสิ่งที่ถูกจิตรู้ - แบบนี้เป็นวิปัสสนาดูกาย
4.หายใจไปแล้วจิตไหลไปคิด(นาม)ก็รู้ว่าจิตไหลไปคิด(ไม่ใช่รู้เรื่องที่คิด) - แบบนี้เป็นวิปัสสนาดูจิต
ซึ่งถ้าคุณสิทธิจะใช้การดูลมเป็นกรรมฐานในชีวิตประจำวันก็เพียงแต่หายใจไว้เป็นวิหารธรรม แล้วคอย"ตามรู้"กายที่เคลื่อนไหว หรือจิตที่ไหลไปคิดก็ได้ครับ ลองศึกษาเรื่องการเจริญสติในชีวิตประจำวัน จากหนังสือประทีปส่องธรรมข้างล่างดูนะครับ
http://www.wimutti.net/download/books/web/prateep/main.htm?a=89
เจริญในธรรมยิ่งขึ้น
จากคุณ : ปิ่น ตอบ: 12 ก.ย. 50

#1 By knights of gemini on 2007-09-14 00:16