เรื่องของกรรม
posted on 30 Aug 2007 08:28 by anucsf in Dhama
วันนี้ขอนำเสนอข้อความของอดีตคุณสันตินันท์ หรือหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช เกี่ยวกับเรื่องของกรรม ที่ท่านเคยโพสไว้ในอินเตอร์เนตเมื่อครั้งที่ท่านยังไม่ได้บวช(หลายปีที่ผ่านมา)
เรื่องของกรรม
ผมเข้าใจสิ่งที่คุณอคติต้องการสื่อครับ
แต่ก็มีเรื่องมาเล่าเหมือนกัน ใครจะว่างมงายก็ตามถนัดเถอะครับ
ผมเล่าเพราะผมมีเสรีภาพที่จะเชื่อในสิ่งที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนเท่านั้นเอง
ตอนเด็กๆที่บ้านมีต้นตะขบใหญ่ต้นหนึ่งครับ
ตกค่ำจะมีค้างคาวโฉบไปโฉบมา
ผมจะชอบดู แล้วก็รู้สึกว่ามันบินเร็วเหลือเกิน
อยากทดสอบว่ามันกับเราใครจะเร็วกว่ากัน
ก็เอาลวดสปริงมาแกว่งๆที่ระเบียงคอยตีมัน ซึ่งก็ไม่เคยตีทันเลย
แต่วันหนึ่งจับหลักได้ว่าต้องตีตัดหน้ามัน คราวนี้เลยตีถูก
พอลวดกระทบหลังดังปุ้บเท่านั้น ใจงี้ฝ่อไปหมดเลย มือไม้สั่นด้วยความสงสารมัน
ยิ่งเห็นมันลงไปดิ้นที่โคนต้นไม้ ยิ่งสงสารจับใจ
สักพักมันก็มีแรง บินหนีกลับไปได้ แล้วไม่กลับมาอีกเลย
คืนนั้นไปนอนร้องไห้ แต่หลังจากนั้นก็ลืมเรื่องนี้สนิทเพราะตอนนั้นยังเด็กมาก
จนเมื่ออายุ 30 กว่าปีแล้ว
วันหนึ่งขณะนั่งภาวนา จู่ๆได้ยินเสียงขวับ
แล้วรู้สึกเหมือนถูกแส้ฟาดหลังอย่างแรง
สะเทือนยวบไปทั้งตัวและเจ็บจนใจสั่นริกๆ เหมือนจะขาดใจ
ขณะนั้นนั่งอยู่ในห้องคนเดียว ก็พิจารณาว่าอันนี้เกิดจากอะไร
ก็เห็นภาพค้างคาวกำลังดิ้นปัดๆอยู่ที่พื้นดิน
ภาพเก่าๆทั้งหมดก็กลับมาสู่ความทรงจำ
แล้วก็รู้ว่าได้ใช้หนี้ความซนเมื่อตอนเด็กๆ ไปแล้ว
เรื่องของผมเองที่ระลึกได้ก็มีเท่านี้ครับ
แต่ผมเคยพบเห็นพวกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ที่เสวยผลกรรมต่างๆ บ่อยๆ
ไหนๆก็งมงายแล้ว จะขอเล่าสักเรื่องหนึ่ง
คือคราวหนึ่งผมไปวัดแห่งหนึ่งในเมืองสกลนคร
เป็นวัดที่มีอนุสรณ์สถานของพระอาจารย์ใหญ่องค์หนึ่ง
ปกติสถานที่นั้นจะปิดเวลา 5 โมงเย็น แต่กว่าผมจะไปถึงนั้นก็ทุ่มกว่า
ขณะเดินตัดทางหน้าโบสถ์เพื่อไปที่อาคารพิพิธภัณฑ์นั้น
ก็เห็นแม่ชีรูปหนึ่งเดินผ่านหน้า ตรงเข้าไปยังต้นไม้ใหญ่ซึ่งขึ้นคู่กันที่หน้าโบสถ์
ผมเคยพบอย่างนี้บ่อยๆ ก็เฉยๆ แผ่เมตตาให้แล้วเดินไปที่กุฏิรองเจ้าอาวาส
ท่านก็เมตตามาเปิดพิพิธภัณฑ์ให้กราบไหว้พระธาตุของครูบาอาจารย์
ไหว้แล้วออกมานั่งคุยกับท่านหน้าพิพิธภัณฑ์
ก็เรียนถามท่านตรงๆว่า แม่ชีที่ต้นไม้นั้นเป็นมายังไง
พระผู้เฒ่าก็เลยบอกว่า แกเป็นชีในโรงครัวของวัด
แล้วยักยอกอาหารและเงินค่าอาหารที่คนถวายสงฆ์
ตายแล้วก็มาเป็นเปรตที่ต้นไม้นี้แหละ
ผมเห็นใจคนจำนวนมากครับที่ทำกรรมต่างๆเพราะเขาไม่รู้ผลของมัน
ยิ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ก็ต้องแสดงจุดยืนที่เป็นวิทยาศาสตร์
ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอยู่แค่สิ่งที่วิทยาศาสตร์ไปถึง
กระบวนการหรือเครื่องมือพิสูจน์ความจริงก็ไม่ได้มีอยู่แค่สิ่งที่เขารู้จัก
นึกถึงเรื่องอย่างนี้คราวใดก็จะนึกถึงคำของพระอาจารย์มั่นที่ว่า
คนเราใหญ่แต่ชาติ ใหญ่แต่ชื่อ ใหญ่แต่ความสำคัญมั่นหมาย(ว่าตนแน่)
แต่ความรู้ความฉลาดที่จะเอาตัวออกจากทุกข์จริงๆนั้นไม่ค่อยมีเท่าไร
ก็ได้แต่เห็นใจแล้วก็วางอุเบกขาครับ
(14 กุมภาพันธ์ 2542)
edit @ 2007/08/30 08:30:04
edit @ 2007/08/31 08:51:14

เชื่อว่าถ้าใครทำอะไรกับใครไว้..ไม่ว่าจะร้ายหรือดี...
ก็จะได้สิ่งนั้นตอบแทน..
.
เป็นคนดี ให้สิ่งดีดีแก่กันไว้ดีกว่าเนาะ
#1 By ~*MaGiC_GirL*~ on 2007-08-30 09:22