Custom Search


ห่างหายไปหลายวันไม่ได้มา
Update บันทึกประจำวันที่หายไปก็ไม่ได้หายไปไหน แต่กิเลศมันเอาไปกินเสียหลายวัน นึกว่าจะกู่ไม่กลับซะแล้ว

 

สองสามวันที่ผ่านมาได้ทำสมาธิก่อนนอน และ หลังตื่นนอน โดยใช้การดูลมหายใจเป็นหลัก ผสมกับการดูจิต(ทำตามคำแนะนำของหลวงพ่อปราโมทย์) คือว่าดูไปดูลมหายใจแต่ไม่ได้เพ่งลมหายใจ พอเผลอไปคิดเรื่องอื่นก็ให้รู้ว่าเผลอ หรือจิตมีราคะ โทสะ ก็ให้รู้ไปตามสภาวะ พูดง่ายๆก็คือดูโดยไม่เพ่ง พอจิตเคลื่อนไปไหนก็ให้รู้ว่าจิตเคลื่อน แต่อย่าไปปรุงแต่ง หรือดึงเขากลับมา ให้ดูเฉยๆเดี๋ยวเขาก็จะกลับมาเอง ที่เขียนมาเหมือนจะทำง่าย แต่จะว่าไปก็ยากพอสมควร เนื่องจากปกติผมเป็นคนฟุ้งซ่านมาก กว่าจะรู้ตัวว่าหลุดจากลมหายใจบางทีก็นาน

เช้าวันนี้มีเรื่องแปลกจะเล่าให้ฟัง แปลกที่ว่านั่งๆไปขามันปวด จิตของเราก็เริ่มไม่สบายเริ่มกระสับกระส่าย อยากที่จะเลิกนั่งสมาธิ พอเราใช้การดูจิตมาดูอาการกระสับกระส่าย พอดูไปเรื่อยๆความกระวนกระวายก็ดับไป (ขายังปวดเหมือนเดิม) เกิดความประหลาดใจว่า ถึงขาปวดแต่ใจสบาย มันจะปวดก็ปวดไป ขากับใจมันแยกกัน ใจไม่ทุกข์ ถ้าเราไม่เอาจิตมายึดติดกับขา ไม่มาปรุงแต่งความเจ็บปวด จิตก็สบายไม่กระสับกระส่าย แปลกดี!

อย่างน้อยๆการเดินทางก็มีของเล่นให้แปลกใจอยู่เรื่อยๆ ทำไปก็สนุกดีเหมือนกัน แต่บางทีอุปสรรคก็มีมาก โดยเฉพาะโรคประจำตัวที่มีมาแต่กำเนิด นั่นคือโรคแพ้ใจตัวเอง ถึงแม้จะฝึกการดูจิต แต่บ่อยๆที่เผลอ แพ้ใจฝ่ายต่ำพาไปเที่ยวสร้างทางไปนรกเสียหลายครั้งหลายครา.......

 

อยากมีเพื่อนๆมาเดินทางสายนี้ร่วมกันจะได้คอยปรึกษาว่าควรเดินไปทางไหนดี ถ้าชอบทางสายนี้ก็มาเดินกับผมนะครับผมยังเดินไปได้ไม่ไกลหรอก ยังไม่ถึงก้าวแรกด้วยซ้ำไป(เดินยังไม่เป็นกำลังหัดเดิน) หรือหากท่านใดเดินได้แล้ว ก็ช่วยสอนผมเดินด้วยนะครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จะบอกว่า ระวังนะคะ บางครั้งถ้าเกิดถึงจุด ๆ นึงที่จิตเห็น เกิดหลงไปกับมัน ต้องระวังนะคะ

#1 By tungmay on 2007-10-05 16:33