บัณฑิตานัญ จะ เสวนา
posted on 30 Nov 2009 17:47 by anucsf in Dhama
บัณฑิตานัญ จะ เสวนา (การคบหาบัณฑิต) คือข้อที่สองของมงคลชีวิต38 ประการ
วันนี้ที่ยกหัวข้อนี้ขึ้นมาเขียน เนื่องจากเมื่อตอนกลางวันมีโอกาสได้สนธนาธรรม กับ
อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา ถึงแม้การสนทนาจะเป็นการถามปัญหาสั้นๆ ผ่านห้องแชทของเวปธรรมะ แต่ก็ได้ประโยชน์สุขกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจารย์สุรวัฒน์ เป็นบุคคลที่ผมให้ความเคารพนับถือมานานแล้ว และมีโอกาสได้ฟังท่านบรรยายธรรมสองสามครั้งที่บ้านอารีย์ อาจารย์สุรวัฒน์เป็นบุคคลที่ผมยกให้เป็นบัณฑิตย์อีกท่านหนึ่ง หากผู้ใดได้คบหาได้สนทนาธรรมกับท่าน และ นำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับจริตนิสัยของตนเองแล้วย่อมเกิดประโยชน์ต่อชีวิตอย่างสูงสุด
บัณฑิตมิใช่ผู้มีเพียงปริญญา แต่คือผู้อุดมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ดังนั้นหากเราหมั่นเข้าหาบัณฑิต และทำตามคำแนะนำของบัณฑิต ก็ถือเป็นมงคลให้แก่ชีวิตของเราแล้ว ไม่ต้องไปรดน้ำมนต์ พ่นน้ำหมากที่ไหนอีกเลย ขนาดพระพุทธเจ้ายังยกย่องเรื่องของการคบบัณฑิตให้เป็นข้อที่สองของมงคลชีวิตเลย
อ.สุรวัฒน์ ท่านได้ท่านได้ถ่ายทอดธรรมะที่เรียบง่าย ออกมาเป็นหนังสือก็หลายเล่ม
เช่น แค่ดูก็รู้แจ้ง, รู้ตื่นเบิกบานระหว่างวัน และอื่นๆอีกหลายเล่ม มาวันนี้ท่านได้แนะนำให้ผมอ่าน
"ร่องรอยใจ - คำบอกเล่าฆราวาสธรรม เรื่อง“ฝึกสติ-รู้สึกตัว ธรรมไม่ยาก"
ข้อความต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ร่องรอยใจ ของ อ.สุรวัฒน์ เสรีวิวัฒนา
เริ่มปฏิบัติธรรมต้องเริ่มอย่างไร?...
ถ้าจะถามว่า การเริ่มปฏิบัติภาวนานั้น นอกจากจะรักษาศีลแล้ว
ต้องเริ่มปฏิบัติภาวนาอย่างไร?
ก็คงต้องตอบว่า “ให้เริ่มที่การฝึกจิตให้มีสติ-รู้สึกตัวให้เป็นก่อน”
เพราะ สติเป็นธรรมที่สำคัญและจำเป็นในทุกที่ทุกเวลา
หากไม่มีสติ-ไม่รู้สึกตัว จิตก็จะไร้ซึ่งธรรมคุ้มครองจิต
จะไม่สามารถรู้เห็นลักษณะที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ
โดยเฉพาะลักษณะที่เรียกว่า "ไตรลักษณ์" ของรูปนาม
ซึ่งเป็นลักษณะที่จำเป็นต้องให้จิตรู้-เห็นเพื่อให้เกิดปัญญา
จิตที่มีสติ-รู้สึกตัวนี่เอง ที่เป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญ
ให้จิตเองยอมรับความเป็น ไตรลักษณ์ ได้อย่างไม่ขัดขืน ไม่เคลือบแคลง
จนเกิด มรรคจิต ผลจิต ไปตามลำดับจนแจ้งพระนิพพาน
วิธีการฝึกสติ-รู้สึกตัวให้ได้ผลดีที่สุด
ก่อนเริ่มฝึก ก็ควรศึกษาทำความเข้าใจหลักการ วิธีการฝึก
ให้เข้าใจกันก่อน เพราะความเข้าใจถูกจะเป็นตัวนำให้การเริ่มฝึกถูกต้องไปด้วย
การฝึกสติ-รู้สึกตัว ให้ได้ผลดีที่สุดนั้น ทุกๆวัน
๑. ต้องมีเวลาฝึกด้วยรูปแบบอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการเฉพาะ
๒. ต้องฝึกในขณะใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ
การฝึกด้วยรูปแบบ เป็นเหมือนการเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนรู้
ส่วนการฝึกในชีวิตประจำวัน เป็นเหมือนการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง
หากสามารถฝึกกันได้ทั้งสองส่วนในทุกๆวัน
จิตจะพัฒนาการมีสติ-รู้สึกตัวได้เร็วกว่าที่จะฝึกเพียงส่วนเดียว
และที่สำคัญที่สุด ต้องฝึกให้ถูกหลัก และฝึกให้ได้ต่อเนื่องทุกๆวัน
ได้คุยกับบัณฑิตแล้วทำให้การภานาอยู่ในร่องในรอยไม่โยกซ้ายโยกขวา ยิ่งสนทนาธรรมกับ
ท่าน อ.สุรวัฒน์แล้วยิ่งทำให้ขยันภาวนา คนเราได้เกิดมาแล้วชาตินี้ก็รีบเร่งปฏิบัติเถิด หมั่นสร้างเหตุแล้วคงได้ผลที่สมควรแต่เหตุนั้นๆ หากชาตินี้ยังไม่ถึงจุดหมาย ชาติต่อๆไปก็จะได้มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจให้ก้าวเดินต่อไปสู่จุดหมายอย่างไม่เคว้งคว้าง...
edit @ 30 Nov 2009 18:09:41 by Nirvana